New Leaders Forum

สลากกินแบ่ง รัฐบาล 1 พ ย 61: Security and the Life Sciences

parisclub8881️⃣LOOK618,ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวลงเทียบกับสกุลเงินเยนที่ 123.33 เยน จาก 123.43 เยน และลดลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9452 ฟรังก์ จาก 0.9497 ฟรังก์ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียปรับขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.7449 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7406 ดอลลาร์ขณะเดียวกันบริษัทเดินแผนครึ่งปีหลังขยายธุรกิจไปในสนามบินในประเทศเพิ่มอีก และขยายธุรกิจสื่อนอกบ้านเข้าไปต่างประเทศด้วย ตามแผนเดิมที่เคยวางไว้ ซึ่งจะเป็นการร่วมมือกับพาทเนอร์ในประเทศนั้นๆ มองว่าหลังจากมีการรุกตลาดดังกล่าวเข้ามาเพิ่มการรับรู้รายได้ก็น่าจะเป็นปี 59 มากกว่าปีนี้ เพราะต้องใช้เวลาในการทำตลาด ขณะที่ปีนี้ก็จะรักษาเป้าหมายรายได้ให้เติบโตได้ราว 40% จากปีก่อน และกำไรสุทธิก็น่าจะเติบโตไปตามรายได้ จากแนวโน้มธุรกิจที่ดีขึ้นนายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) หรือ TTW เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าภายในสัปดาห์นี้ ทางการเมียนมาร์โดย Mymar Investment Committee(MIC) น่าจะให้ความเห็นชอบโครงการผลิตน้ำประปาในเมืองเมาะลำไย หรือเมืองมะละเหม่ง ซึ่งเป็นเป็นเมืองขนาดใหญ่อันดับ 3 โดยมีกำลังการผลิต 40,000 ลบ.ม./วัน งบลงทุนโครงการ 400 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นโครงการสาธารณูปโภคแรกของบริษัท,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นไทยดัชนี SET ปิดตลาดรอบเช้า (15 ก.ค.) นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ 300 ล้านบาท,โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทใช้น้ำ 2.38 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีการนำกลับมาใช้ใหม่ในแต่ละกระบวนการกลั่นต่างๆ ทำให้ประหยัดน้ำได้กว่า 1 ล้านลูกบาศก์เมตร เช่น ใช้หน่วยบำบัดน้ำด้วยระบบกรองละเอียดระดับไมครอน ควบคู่กับระบบรีเวอร์สออสโมซิส เพื่อบำบัดน้ำดิบเบื้องต้นก่อนเข้าระบบผลิตน้ำปราศจากแร่ธาตุที่หน่วยพลังโรงงาน นำน้ำควบแน่นที่มีคุณภาพดีมาใช้แทนน้ำ ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นบ่ายนี้ ขานรับกรีซ-เจ้าหนี้บรรลุข้อตกลงนอกจากนี้ บริษัทยังได้รณรงค์ให้พนักงานช่วยกันประหยัดการใช้น้ำทั้งที่อาคารสำนักงานและที่บ้าน ด้วยวิธีต่างๆ เช่น หากอาบน้ำด้วยฝักบัว ให้ปิดน้ำเมื่อถูสบู่ นำน้ำที่ใช้แล้วแต่ยังมีคุณภาพดีมารดน้ำต้นไม้ ใช้ถุงบรรจุน้ำใส่ในโถน้ำชักโครก รวบรวมผ้าให้มากพอต่อการซักผ้าในแต่ละครั้ง ใช้ภาชนะรองน้ำล้างผักผลไม้ เช็ดคราบสกปรกบนจานอาหารก่อนล้าง ใช้แก้วใส่น้ำเพื่อแปรงฟันแทนการเปิดน้ำจากก๊อก ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดรถแทนการฉีดโดยตรง เป็นต้นแนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (14 ก.ค.) เชื่อว่าตลาดจะอยู่ในแดนบวกได้ พร้อมให้แนวรับ 1,485 จุด ส่วนแนวต้าน 1,500 จุดโดยทางการจีนจะเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจในช่วงเช้านี้ รวมถึงการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเดือนมิ.ย., ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย., ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 2/2558, ยอดค้าปลีกเดือนมิ.ย. และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เดือนมิ.ย. BJCHI โรดโชว์ฮ่องกง-ญี่ปุ่น-สิงคโปร์ตอบรับดี-มั่นใจรายได้ปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 15%、ราคาหุ้น บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ 24.30 บาท บวก 1.00 หรือ 4.29% มูลค่าการซื้อขาย 991.27 ล้านบาทแนะนำซื้อ GEL โดยมีแนวรับที่ 0.80 และ 0.78 และมีแนวต้านที่ 0.86 และมีแนวต้านถัดไปที่ 0.90 เป็นจุดขายทำกำไร แนวต้านสำคัญ 0.95ทั้งนี้ ความต้องการบริการรับส่งพนักงานของบรรดาผู้ประกอบการโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกยังมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากจำนวนโรงงานทั้งหมดกว่า 5,800 โรงงาน ขณะที่บริษัทมีลูกค้า 22 ราย และมีส่วนแบ่งตลาดการให้บริการดังกล่าวเพียง 2% เท่านั้น ประกอบกับ จุดแข็งของบริษัทที่เน้นการบริหารจัดการที่ดี คุณภาพ และ มาตรฐานด้านความปลอดภัย จึงมีโอกาสขยายธุรกิจในพื้นที่ดังกล่าวอีกมากขณะที่สินค้าเครื่องกรองน้ำรุ่นใหม่ที่ออกจำหน่ายยังได้รับการตอบรับที่ดี หลังไทยเผชิญกับภาวะภัยแล้งด้วย ทั้งนี้บริษัทคาดว่าสัดส่วนรายได้ปีนี้จะมาจากการขายเครื่องกรองน้ำเป็นหลัก ส่วนที่เหลือจะเป็นยอดขายชุดสารกรองน้ำที่คิดเป็น 16% และเครื่องปรับอากาศที่จะอยู่ราว 5%,หวย งวด 1 ตุลาคม 2561、ผล หวย ออมสิน 16 8 63、ธุรกิจ : ผู้ผลิตและจำหน่ายท่อและข้อต่อท่อพลาสติกชนิด HDPE LDPE ชนิด Polypropylene ท่อ Weholite Spiroและ WehoTank, Weholite?นอกจากนี้ บริษัทยังได้รณรงค์ให้พนักงานช่วยกันประหยัดการใช้น้ำทั้งที่อาคารสำนักงานและที่บ้าน ด้วยวิธีต่างๆ เช่น หากอาบน้ำด้วยฝักบัว ให้ปิดน้ำเมื่อถูสบู่ นำน้ำที่ใช้แล้วแต่ยังมีคุณภาพดีมารดน้ำต้นไม้ ใช้ถุงบรรจุน้ำใส่ในโถน้ำชักโครก รวบรวมผ้าให้มากพอต่อการซักผ้าในแต่ละครั้ง ใช้ภาชนะรองน้ำล้างผักผลไม้ เช็ดคราบสกปรกบนจานอาหารก่อนล้าง ใช้แก้วใส่น้ำเพื่อแปรงฟันแทนการเปิดน้ำจากก๊อก ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดรถแทนการฉีดโดยตรง เป็นต้น ACD หุ้นตัวนี้เคยเกริ่นเป็นนิยายให้ฟัง จนนักลงทุนต่างทราบที่มาที่ไปของบริษัทอย่างลึกซึ่ง สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปคือโครงสร้างธุรกิจ ที่จะนำพาบริษัทให้เติบโตแบบแข็งแกร่งในระยะยาวมีด้วยกัน 2 รูปแบบ อย่างแรกคืออสังหาฯ โดยในปี 58 นี้ยังเน้นรายได้จากขายบ้านและที่ดินเป็นหลัก แต่หลังจากนี้ไปจะเผยโฉม การร่วมทุนทำพลังงานไฟฟ้าในรูปแบบต่างๆ ที่มีพันธมิตรและแหล่งเงินทุนอันแข็งแกร่งจากตะวันออกกลาง ซึ่งบริษัทเล็กๆ อย่างนี้ เงียบๆ ไม่เปิดตัวมากแบบนี้ อาจจะเปิดงานขนาดใหญ่จนเพื่อนๆ ต้องหันมามองเป็นแถวๆ และจะทำให้รายได้ของบริษัท turnaround ไปเป็นคนเรื่อง แม้ ACD ยังไม่ค่อยได้ทำอะไรในระยะที่ผ่านมาเพราะมัวแต่ยุ่งเรื่องปรับโครงสร้างทุกด้าน แต่กระแสออกมาแรงพอควร เด็กแนวว่าราคาหุ้นคงไม่ถูกกว่านี้แล้วเพราะลงมาจาก 12 บาท นี่คือ bottom ของการเริ่มต้นที่ดี ใครอยากโตไปกับบริษัท สะสมไว้ ใครอยากเป็นขาจรก็เก็งกำไรไปยังแนวต้าน 3 บาทโดยทางการจีนจะเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจในช่วงเช้านี้ รวมถึงการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเดือนมิ.ย., ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย., ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 2/2558, ยอดค้าปลีกเดือนมิ.ย. และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เดือนมิ.ย.。

ขณะที่ MACD ปรับตัวลดลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยทดสอบระดับ 0 เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มขึ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นทดสอบแนวโน้มลง RSI ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือระดับ 50 แนะนำซื้อ PAF โดยมีแนวรับที่ 3.94 และ 3.90 และมีแนวต้านที่ 4.20 และ 4.40 เป็นจุดขายทำกำไร STOP LOSS ถ้าราคาหุ้นปิดต่ำกว่า 3.80 ลงไปทั้งนี้ BR เสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปรวม 360,400,000 หุ้น แบ่งเป็น 1) หุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 228,000,000 หุ้น 2)หุ้นสามัญเดิม จำนวน 132,400,000 หุ้น โดยมีการเสนอขายดังนี้ 1) เสนอขายต่อประชาชนทั่วไป จำนวน 356,127,080 หุ้น 2) เสนอขายต่อกรรมการ ผู้บริหารของบริษัท จำนวน 3,433,400 หุ้น 3) ผู้ถือหุ้นรายย่อยเดิม จำนวน 839,520 หุ้นด้านบล.เอเอสแอล ระบุว่า กลุ่มพลังงานอาจถูกกดดันด้วยราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงจากข่าวที่อิหร่านอาจจะสามารถผลิตและส่งออกน้ำมันได้ในปีนี้ และศูนย์วิจัยทองคำประเมินแนวโน้มราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังหลายปัจจัยเสี่ยงในตลาดโลกเพิ่มขึ้น。 นอกจากนี้การที่บริษัทได้เข้าไปซื้อหุ้น 60% ในบริษัท เฟดเดอร์ ไทย จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการผลิต ขาย เครื่องปรับอากาศยี่ห้อเฟดเดอร์ ที่มีคุณภาพที่ดีและมีต้นทุนต่ำมาก จะทำให้บริษัทสามารถเสนอขายสินค้าแก่ลูกค้าได้มากขึ้น โดยมีแผนเพิ่มทีมเทเลเซลล์เพื่อเสนอขายเครื่องปรับอากาศมากขึ้น ซึ่งจะเริ่มวางจำหน่ายได้ในช่วงเดือนก.ย.นี้เป็นต้นไปส่วน Valuation ลดลงมาอยู่ในเกณฑ์ต่ำเมื่อเทียบกับประมาณการกำไรใหม่ แต่หุ้นก็ยังขาดปัจจัยบวกกระตุ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวบวกเกี่ยวกับเศรษฐกิจในประเทศ ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุน จึงเป็นการทยอยซื้อสะสมเพื่อลงทุนระยะกลาง-ยาว โดยยังคงให้ KBANK เป็นหุ้น Top Pick ในกลุ่มนี้ เนื่องจากมี ROE ที่สูง พอร์ตสินเชื่อกระจายความเสี่ยงดี และมีความสมดุลของสัดส่วนรายได้ดอกเบี้ยและไม่ใช่ดอกเบี้ย ซึ่งจะช่วยหนุน ROE ในระยะยาวราคาหุ้นบริษัท ซังโกะ ไดคาซติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SANKO ปิดตลาดวันนี้ราคาอยู่ที่ 1.50 บาท ลบ 0.26 บาท หรือ 14.77% สูงสุดที่ 1.53 บาท ต่ำสุดที่ 1.47 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 9.79 ล้านบาท โดยปัจจัยที่ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลงแรง คาดว่ามีแรงขายของนักลงทุนจากประเด็นที่บริษัทขึ้นเครื่องหมาย XR ในวันนี้,นายชัยสิทธิ์ กล่าว่า บริษัทยังคงตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปีนี้ไว้ที่ 10% จากปีก่อน พร้อมรักษาอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ในปีนี้ให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 7% แม้ว่าตลาดในประเทศจะค่อนข้างซบเซา แต่มั่นใจว่าด้วยแผนธุรกิจที่กระจายความเสี่ยงไปยังตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น จะช่วยผลักดันให้รายได้เติบโตตามเป้าหมาย นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งเน้นการบริหารจัดการด้านต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นADVANC (BUY:Consensus [email protected]) : เป็นหนึ่งในผู้ได้อานิสงค์จาก กสทช. กำหนดประมูล 4G วันที่ 11 พ.ย. 58 นี้ ขณะที่ปี 58 คาดกำไรโต 8%YoY จากต้นทุนส่วนแบ่งรายได้ที่ลดลงและหยุดรับรู้ค่าตัดจำหน่ายโครงข่าย 2G ที่สิ้นสุดสัมปทานตั้งแต่ 15 ก.ย. จึงแนะนำ ซื้อ นอกจากนี้ ตลาดน้ำมันนิวยอร์กยังได้รับแรงหนุนจากการที่เทรดเดอร์มีมุมมองว่า แม้อิหร่านบรรลุข้อตกลงกับชาติมหาอำนาจได้แล้ว แต่การที่น้ำมันดิบของอิหร่านจะไหลเข้าสู่ตลาดโลกนั้น คงจะใช้เวลาอีกหลายเดือน ซึ่งหมายความว่าตลาดน้ำมันโลกจะยังไม่เผชิญกับภาวะอุปทานล้นตลาดในระยะใกล้นี้บริษัทเน้นการให้บริการรับจัดการขนส่งทางทะเล โดยตลาดใหญ่ของบริษัทอยู่ที่ สหรัฐอเมริกา รองลงมาเป็น ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และจีน ส่วนการบริการขนส่งสินค้าทางอากาศจะมีตลาดหลักในเอเชีย อาทิ สิงคโปร์ จีน ฮ่องกง อนึ่งสัดส่วนรายได้จากการบริการขนส่งทางทะเลคิดเป็น 65% และ 35%เป็นการให้บริการขนส่งทางอากาศ ฝ่ายวิจัยฯ DBSV ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของสินเชื่อปีนี้ลงเป็น 3% และปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิของกลุ่มลง 11% ยังผลให้กำไรสุทธิกลุ่มธนาคารปีนี้จะหดตัว 8% (ปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิของทุกธนาคารลง ยกเว้น TCAP และ TISCO ที่ปรับขึ้น)ทั้งนี้ คาดว่า Tsinghua จะเสนอซื้อไมครอนในราคา 21 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งสูงกว่าระดับปิดของราคาหุ้นไมครอนเมื่อวันจันทร์อยู่ประมาณ 19% และหากการเจรจาซื้อกิจการประสบความสำเร็จ จะทำให้ข้อตกลงครั้งนี้เป็นข้อตกลงเทคโอเวอร์บริษัทต่างชาติครั้งใหญ่ที่สุดโดยบริษัทของรัฐบาลจีนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้นเทียบกับสกุลเงินเยนที่ 123.43 เยน จาก 122.84 เยน และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9497 ฟรังก์ จาก 0.9409 ฟรังก์ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียปรับลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.7406 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7447 ดอลลาร์ขณะที่สิ้นวันทำการนักลงทุนเข้าเก็บ Call DW บนหุ้น TTA หลังจากค่าระวางเรือยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ขณะที่หุ้นอ้างอิงปรับตัวลงเล็กน้อยวานนี้ โดยจากข้อมูลการซื้อขาย DW28 วานนี้ นักลงทุนซื้อสุทธิ TTA28C1510A กว่า 10.5 ล้านหน่วย นอกจากนี้ยังมีแรงซื้อสุทธิใน SAMA28C1512A 4.0 ล้านหน่วย BANP28C1510A 3.2 ล้านหน่วยดัชนี Stoxx Europe 600 ขยับไม่ถึง 0.1% แตะ 398.58 ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสเปิดวันนี้ที่ 5,027.91 จุด ลดลง 4.56 จุด, -0.09% และดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันเปิดวันนี้ที่ 11,508.34 จุด ลดลง 8.56 จุด, -0.07%TSE แนะนำซื้อเก็งกำไรในกรอบแนวรับแนวต้าน,ทั้งนี้ หลังการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนครั้งนี้แล้วนางสาวเข็มเพชร จะเข้ามาถือหุ้นในบริษัท 4.99% และนายสว่าง จะถือหุ้น 4.70% เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 2 อันดับแรกของบริษัท ขณะที่นายกรวิช อัศวกุล จะมีสัดส่วนการถือหุ้นลดลงมาที่ 1.17% จากเดิมที่ 1.30%。 ทั้งนี้ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส คาดกำไรกลุ่มธนาคารปี 58 หดตัว 8% เศรษฐกิจฟื้นช้ากระทบผลประกอบการธนาคารพาณิชย์ โดยทำให้การเติบโตของสินเชื่อน้อยลง ความเสี่ยงเรื่องคุณภาพหนี้มากขึ้น โดย NPL ที่เพิ่มกดดันให้มีการตั้งสำรองค่าเผื่อฯสูงขึ้น รวมถึงปรับลดคาดการณ์การเติบโตของสินเชื่อปีนี้ลงเป็น 3% และปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิของกลุ่มลง 11% ยังผลให้กำไรสุทธิกลุ่มธนาคารปีนี้จะหดตัว 8%ITD Trading แนวรับ 8.05 แนวต้าน 8.45, 8.90 ตัดขาดทุน 7.95。

The recent announcement that scientists created a version of H5N1 influenza virus has implications for Asia.

An important research finding in the life sciences has galvanized and divided the international scientific and security communities. The creation of a version of H5N1 influenza virus (bird flu) that can be transmitted by respiratory droplets or aerosol between mammals raises hopes that a vaccine can be made – and fears that humans will speed up the process by which this new virus will be unleashed. Research has been suspended while scientists debate the proper course to take. But any solution must be part of a larger regional effort to address biosafety and biosecurity concerns.

The H5N1 virus first appeared in Asia nearly a decade and a half ago, and has since spread around the world.  In that time, the disease has been reported in 576 human cases and there have been 339 deaths. The human fatality rate for H5N1 ranges from 30 percent to 80 percent; experts consider this “one of the most virulent known human infectious diseases.” At present, the disease is only spread by contact with live birds. Scientists fear that the virus could mutate and become susceptible to human-to-human transmission, which could trigger a pandemic on the scale of the 1918-19 outbreak of Spanish flu (H1N1) that killed as many as 40 million people. Late last year, two research teams created an H5N1 virus in the laboratory that could spread in such a manner. 

This isn’t the first such “breakthrough.” In 2001 scientists created recombinant mousepox (knowledge that could be applied to smallpox); a year later, the polio virus was chemically synthesized (which means the virus was created from scratch without a natural template by using a DNA sequence available online); and in 2005, scientists reconstructed the 1918 Spanish flu virus.

The possibility of the misuse of such research for bioterrorism and crimes, as well as accidental exposure of those agents to humans, animals and plants, was highlighted by the U.S. National Research Council, including the Fink Committee report in 2004 and the Lemon-Relman Committee report in 2006.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

This time, however, the U.S. National Advisory Board for Biosecurity (NSABB) recommended that the papers (introducing the research findings to the public) not be fully published; instead, the basic results should be provided without methods or detailed results.  The government passed those recommendations on to the scientists and the journals to which they had submitted their research.

Those scientists, and some colleagues, responded with a letter published last month in the two journals, arguing that the research is crucial to public health efforts, but agreed that the controversy justified a 60-day suspension of research so that the entire scientific community could debate the issue.  An international conference on the topic is scheduled to be held this week at the World Health Organization (WHO).

This case has powerful implications for the Asia-Pacific region, which is home to rapidly developing life science industries that are working to solve problems in public health, medicine, energy development, agriculture, and national security. In 2010, a global market research firm, Frost & Sullivan, reported that Asia-Pacific healthcare revenue represented 23.2 percent of the global market ($247 billion) in 2009, and could reach a 40 percent share by 2015. Ensuring freedom in scientific research and attracting cutting-edge scientists are essential components of the region’s efforts to develop life science research.

Our concerns are broader than the oversight or censorship of scientific research. Enhancing safety and security within and beyond laboratories is critical to preventing the accidental release of pathogens/toxins or their intentional use for illicit purposes. The world doesn’t care if a pandemic is natural or manmade. In addition to the human cost, the economic consequences could be huge: the World Bank estimated that an influenza outbreak in East Asia on the scale of the 2002-3 SARS outbreak could cost $800 billion a year. 

There are two priorities for regional security efforts. The first is immediate capacity-building and coordination in the overarching sectors of public health, disaster relief, and biodefense to enhance preparedness and response in the case of a disease outbreak (whether it’s manmade or natural). It’s important to note the unique nature of biodefense, where “medicine” plays the most significant role, and opens the door to unique forms of collaboration among public health and disaster relief efforts.

The second priority is long-term education and awareness raising policies to promote responsible conduct in life science research. This will provide the basis for wider engagement of life scientists in the effort to strengthen biosafety and biosecurity architecture beyond laboratories (including oversight, intelligence, national legislation of relevant international agreements, and export controls).

A key element of this agenda is sharing best practices among regional states in the development of biodefense capacity and collaboration with public health sectors. This work could be initiated at the bilateral level via existing regional security partnerships. For example, the U.S.-Japan Security Consultative Committee of defense and foreign ministers (the “2+2 process”) has a “Defense Working Group against CBRN Weapons” (CDWG) that could provide a model for other countries or even be expanded to larger groups.

Elevating bilateral/trilateral efforts to the regional level will be challenging. An “easy” opportunity exists, however.

When the ASEAN Defense Ministers’ Meeting (ADMM-Plus) was inaugurated in October 2010, the group targeted nontraditional security issues as the most viable area for functional cooperation. Among its priorities was capacity building relating to natural disaster management:  a Working Group on Military Medicine was set up and the group is to be co-chaired by Singapore and Japan until 2013 in cooperation with ASEAN Regional Forum.

The ARF has been working on biological threat reduction in cooperation with the WHO, which extends opportunities for further coordination between regional defense frameworks and public health frameworks. From the public health sector, the Regional Committee for the Western Pacific of the WHO agreed on resolution WPR/RC56.R4 — Asia Pacific Strategy for Emerging Diseases — in an effort to enhance regional capacity against infectious diseases. A possible plan was outlined that establishes the organization’s linkage with “those who handle deliberate release of biological, chemical and radiological/nuclear agents, if appropriate.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

For the second agenda item, there are growing efforts to raise awareness of biosecurity and biosafety issues among life scientists. The United States has the NSABB. The Science Council of Japan established a committee last year on dual-use issues in the life sciences to raise awareness of these issues. Biosafety and biosecurity associations in the Philippines, Indonesia and Singapore are key players in the Asia-Pacific Biosafety Association (A-PBA). The A-PBA is a member association of the International Federation of Biosafety Associations that works closely with the U.S. Cooperative Threat Reduction.

There are many opportunities for national security and public health agencies of regional governments to play individual roles and build international partnerships on these issues. For regional security stakeholders, the debate over and action plans to deal with H5N1 research should go beyond oversight of scientific research and be considered part of the embryonic efforts to enhance regional biosecurity. 

 

Masamichi Minehata is a research fellow at the University of Bradford in the U.K. and nonresident SPF Fellow at the Pacific Forum CSIS. Since 2008 he has worked for the UK Prime Minister’s Initiative to promote international biosecurity education, in cooperation with the National Defense Medical College of Japan. Brad Glosserman is executive director of Pacific Forum CSIS, where this article originally appeared.