China, What's Next?

ดู บอล สด ทุก หลีก: China’s Challenges: Environment

sagame1688 คา สิ โน ออนไลน์1️⃣LOOK618,โดยบริษัทยังคงนโยบายการทำงานเหมือนเดิมอยู่ยังไม่มีอะไรเปลี่ยน ยังคงมองหาตลาดส่งออกใหม่ๆเพิ่ม แต่ยังคงเน้นการสร้างรายได้ภายในประเทศมากกว่า ซึ่งจะเห็นได้ว่าในปีนี้งานโครงการภาครัฐถือว่าทยอยออกมาค่อนข้างมาก โดยปัจจุบันเรามีงานในมืออยู่ 180-200 ล้านบาท ซึ่งก็จะทยอยรับรู้ในปีนี้ และก็จะมีงานใหม่ๆเข้ามาเพิ่มอีก ทำให้งานในมือเราก็จะอยู่ประมาณนี้ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นน่าจะโตไม่ต่ำกว่า 25% ได้ ซึ่งเราก็ยังคงดำเนินการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่องนายสมพล เอกธีรจิตต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีซ อิท จำกัด (มหาชน) หรือ LIT เปิดเผยว่า การที่สถาบันการเงินคุมเข้มปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) เนื่องจากกังวลปัญหาเศรษฐกิจ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการขยายสินเชื่อแฟคตอริ่งของบริษัทในการขยายฐานลูกค้าในส่วนของภาคเอกชน โดยในปีนี้ถือเป็นปีแรกที่บริษัทรุกตลาดภาคเอกชนเอย่างหนัก โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนลูกค้าภาคเอกชนเพิ่มเป็น 30% จากเดิมมีสัดส่วนเพียง 20% ของสินเชื่อรวมเท่านั้น ส่วนที่เหลือยังคงเป็นสินเชื่อที่ปล่อยให้กับหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจสำหรับตลาดรถยนต์สะสม 4 เดือน มีปริมาณการขาย 251,845 คัน ลดลง 15.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 15.7% ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 15.1% สืบเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวลงต่อเนื่อง ทำให้ทั้งภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน ต่างระมัดระวังทั้งในเรื่องการลงทุน และการใช้จ่ายPTG ปิด 11.00 +0.20 +1.85%,TCMC แนะนำซื้อเก็งกำไรในกรอบแนวรับแนวต้านทั้งนี้ รายได้หลักของบริษัทเป็นรายได้จากธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์สัดส่วน 80% แต่ในปี 2559 อยากลดสัดส่วนลงมาเหลือ 50% ของรายได้รวม ที่เหลือเป็นรายได้จากธุรกิจวาณิชธนกิจ(IB) ธุรกิจเป็นตัวแทนสนับสนุน (Selling Agent)หรือไพรเวทฟันด์ และยิ่งถ้ามีธุรกิจ IB ก็จะมีค่าฟีเข้ามาแทรกSET Index: แนวรับสำคัญ 1510Technical SET range: 1,495-1,505นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพระบบลองเรสซิดิว (long residue) เพื่อเปลี่ยนผลิตภัณฑ์น้ำมันเตามาเป็นผลิตภัณฑ์น้ำมันใสที่มีมูลค่าเพิ่ม จากปัจจุบันที่การกลั่นน้ำมันจะได้ผลิตภัณฑ์น้ำมันเตาออกมาราว 7-8% ของกำลังการผลิต โดยคาดว่าจะเลือกเทคโนโลยีได้ในช่วง มิ.ย.นี้ ซึ่งการจะเปลี่ยนน้ำมันเตาให้เป็นน้ำมันใสมากขึ้นนั้น ทำให้ต้องศึกษาตลาดของน้ำมันใสในภูมิภาคนี้ประกอบกับกันด้วย โดยหากเห็นว่ายังมีความต้องการมากพอก็ทำให้เห็นโอกาสการเปลี่ยนหน่วยกลั่นน้ำมันดิบ(CDU) หน่วยที่ 1 และ 2 ที่มีอายุราว 50 ปีไปพร้อมกันทีเดียว ซึ่งหากจะเป็นการสร้าง CDU ใหม่ทดแทนก็อาจจะมีขนาดราว 2 แสนบาร์เรล/วัน ซึ่งจะทำให้กำลังการกลั่นน้ำมันโดยรวมเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มีกำลังการกลั่นน้ำมันที่ระดับ 2.75 แสนบาร์เรล/วัน ,นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับปัจจัยลบจากอุปทานน้ำมันที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก โดยสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 22 พ.ค. อยู่ที่ระดับ 9.262 ล้านบาร์เรล ซึ่งนับว่าเป็นระดับที่สูงมาก ศึกนี้ยังไม่จบ! “อรอร อัครเศรณี” แจ้งความดำเนินคดี “สุทธิชัยและพวก”ขณะที่บริษัทมีช่องทางการจำหน่ายสินค้าที่กระจายทั่วประเทศ ผ่านโมเดิร์นเทรด เช่น เทสโก้ โลตัส, บิ๊กซี, พาวเวอร์ บาย, เดอะ มอลล์ และแม็คโคร รวมถึง ยังขายผ่านดีลเลอร์ที่มีอยู่ทั่วประเทศ ขณะเดียวกันยังได้วางจำหน่ายผ่านร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น ที่มีสาขากระจายกว่า 7,000 แห่ง ทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ง่ายและทั่วถึงแนวรับ 1490*/1485 แนวต้าน 1500*-1505ส่วนรายได้จากธุรกิจบรรจุภัณฑ์นมและนมเปรี้ยวคาดว่าจะขยายตัวประมาณ 20% โดยได้รับปัจจัยหนุนจากทิศทางตลาดนมส่งออกที่คาดว่าจะขยายตัวมากขึ้นในปีนี้,สำหรับสหรัฐเองหลังนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด ระบุว่า เฟดมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในปีนี้ หากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดีตามที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งล่าสุดข้อมูลเศรษฐกิจสดใสจากรายงานยอดขายบ้านใหม่พุ่งขึ้น 6.8% ในเดือนเม.ย. จากดัชนีราคาบ้านใน 20 เมืองของสหรัฐปรับตัวขึ้นในเดือนมี.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 95.4 ในเดือนพ.ค.ทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจและหนุนการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐมากขึ้น สร้างแรงหนุนต่อเงินดอลลาร์ให้แข็งค่าขึ้นเป็นปัจจัยสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำทั้งนี้มองว่าไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยยะต่อ AAV เนื่องจากเที่ยวบินของบริษัทยังคงอยู่ ยิ่งไปกว่านั้น AAV ยังอาจได้ประโยชน์จากการที่ผู้เข้าใหม่ถูกข้อจำกัด พร้อมเชื่อว่าราคาหุ้นที่ลดลงจากข่าวนี้จะเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ สำหรับความต้องการท่องเที่ยวทางอากาศที่แข็งแกร่งจากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว (คาด เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน สำหรับปี 2015) และราคาน้ำมันเครื่องบินที่ลดลงทั้งนี้บริษัทยังเตรียมเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์แนวราบ ย่านถนนหทัยราษฎร์ มูลค่าโครงการประมาณ 390 ล้านบาท เนื่องจากมองว่าความต้องการที่อยู่อาศัยในย่านนี้ยังมีอยู่มาก และการที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 2 ครั้งติดต่อกัน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เชื่อว่าจะกระตุ้นกำลังซื้ออสังหาริมทรัพย์ ทั้งในส่วนของซื้อเพื่ออยู่อาศัย หรือซื้อเพื่อลงทุนได้เป็นอย่างดี สำหรับการยุตินโยบายเปิดน่านฟ้าเสรีจะจำกัดจำนวนเที่ยวบินต่างชาติใหม่ๆ ที่จะมาลงจอดในประเทศไทย โดยที่ไม่ได้มีผลต่อสายการบินเดิมที่ได้รับอนุญาตลงจอดอยู่แล้ว ศึกนี้ยังไม่จบ! “อรอร อัครเศรณี” แจ้งความดำเนินคดี “สุทธิชัยและพวก” บาทปรับตัวในทิศทางอ่อนค่า วันนี้ขึ้นมา test ที่ 33.78(บาท/ดอลลาร์)แต่ไม่ผ่านก่อนที่จะย่อลงมาปิดที่ 33.72/73(บาท/ดอลลาร์) นักบริหารเงินกล่าว ขณะที่ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันพรุ่งนี้ไว้ระหว่าง 33.60-33.80 บาท/ดอลลาร์ดัชนี Stoxx Europe 600 บวก 0.4% แตะ 405.34 เมื่อเวลา 8.06 น.ตามเวลาลอนดอน。

เป้าหมายทางกลยุทธ์ระยะสั้นที่ 21.80 บาท ตัดขาดทุนที่ 20.50 บาทขณะเดียวกันธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ได้รับการคงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวที่ BBB และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่ AA+(tha) ธนาคารทั้ง 4 แห่งมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ จากสาเหตุที่ถูกกีดกันการเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของเนชั่นฯ อีกทั้งก่อนหน้านี้ยังถูกโยงโดยการเอาเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นวิธีสกปรกที่ทำให้เกิดความเกลียดชังได้อย่างง่ายดาย ตนมองว่าฝ่ายกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์ไม่มีการกำกับดูแลอย่างเป็นธรรม ควรควบคุมให้บริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มีธรรมาภิบาลและไม่กระทำผิดกฏหมายเช่นนี้ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ตนเกิดความกังวลในแง่ของการดูแลปกป้องผลประโยชน์ของนักลงทุน ในฐานะที่ตนก็เป็นนักลงทุนคนหนึ่งด้วย และยังกล่าวต่ออีกว่า เป็นห่วงภาพลักษณ์ตลาดทุนไทยในสายตานักลงทุนต่างชาติ ทุกคนควรเคารพสิทธิของผู้อื่นและดำรงอยู่ภายใต้กฏหมาย ไม่ควรให้ใครมีอภิสิทธิ์เหนือกว่า ไม่ว่าจะมีสถานะเป็นสื่อ หรือสถานะใดก็ตาม ยิ่งเป็นสื่อแล้วยิ่งควรจะทำตนเป็นแบบอย่างที่ดีของนักลงทุนและประชาชนทั่วไปราคาปิด 3.12 ตัดขาดทุน 2.96 สรุปหุ้นผู้บริหารดอดซื้อ-แอบทิ้ง ประจำวันที่ 26 พ.ค.58,สำหรับแนวโน้มรายได้และกำไรในปีนี้คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ที่มีรายได้รวมประมาณ 2,500 ล้านบาท เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว จากปัญหาการเมือง ทำให้ภาครัฐและเอกชนชะลอการลงทุนBA (ปิด 21.20 บาท) ราคาเหมาะสมทางพื้นฐาน 22.00 บาทอนึ่งก่อนหน้านี้ก.ล.ต. ให้ AIE และ AI แก้ไขงบการเงินงวดปี 2557 ซึ่งผู้สอบบัญชีของ AIE ไม่แสดงความเห็นต่องบการเงินของ AIE เนื่องจากถูกจำกัดขอบเขตการตรวจสอบโดยผู้บริหารจากปัญหาระบบการควบคุมภายในด้านต้นทุนขายและสินค้ำคงเหลือที่ไม่มีประสิทธิภาพอย่างเพียงพอ360.00 370.00,ส่วนผลสำรวจของสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์/เคส ชิลเลอร์ระบุว่า ดัชนีราคาบ้านใน 20 เมืองของสหรัฐ ปรับตัวขึ้น 5.04% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายปี โดยเพิ่มขึ้นจากระดับ 4.99% ของเดือนก.พ. และสูงกว่าระดับ 4.60% ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้,ขณะที่ราคาหุ้น กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ทรูโกรท หรือ TRUEIF อยู่ที่ 12.30 บาทไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 6.73 ล้านบาท Most Positive Impact: PTTGC (+0.36 จุด)/ PTT (+0.30 จุด)/ IVL (+0.26 จุด)แนวรับ 3.22-3.30 บาทVanachai Group (VNG TB; THB 8.25) ซื้อ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า ธนาคารปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา(MLR) ลง 0.1% และลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ลง 0.125% โดยมีผลตั้งแต่ 26 พ.ค.58 เป็นต้นไป BRR เสริมความแกร่งลงทุนอีก 600 ลบ.สร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลแห่งที่ 3ทั้งนี้ คณะกรรมการ ทอท.และฝ่ายบริหาร ทอท.กำลังร่วมกันทำงานอย่างหนักเพื่อพัฒนาโครงการขยายและเพิ่มขีดความสามารถของท่าอากาศยานต่างๆที่อยู่ในความรับผิดชอบ เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยวที่เพิ่มสูงขึ้นอยูในขณะนี้ และมีแนวโน้มว่าจะสูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอันเนื่องมาจากการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC)ในปี 2559 นี้ด้วยกราฟโค้งตัวขึ้นเป็น U shape และยืนปิดเหนือเส้น EMA 10 วันได้ต่อเนื่องซึ่งบ่งบอกถึงแนวโน้มเชิงบวกชัดเจน พร้อมกับเครื่องมือ RSI ชี้ขึ้นเป็นสัญญาณซื้อ และมี Volume หนาแน่นสนับสนุนจึงคาดว่าจะปรับตัวขึ้นต่อได้、ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับขึ้นเทียบกับสกุลเงินเยนที่ 123.05 เยน เทียบกับระดับ 121.50 เยน และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9527 ฟรังก์ จาก 0.9453 ฟรังก์ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียปรับลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.7733 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7827 ดอลลาร์ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่พุ่งขึ้น 6.8% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 517,000 ยูนิต ซึ่งบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐ ขณะที่ผลสำรวจของสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์/เคส ชิลเลอร์ระบุว่าดัชนีราคาบ้านใน 20 เมืองของสหรัฐ ปรับตัวขึ้น 5.04% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายปี โดยเพิ่มขึ้นจากระดับ 4.99% ของเดือนก.พ. และสูงกว่าระดับ 4.60% ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ด้านผลสำรวจของ Conference Board ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 95.4 ในเดือนพ.ค. หลังจากเคลื่อนไหวที่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือนในเดือนเม.ย.,โดยล่าสุด ราคาหุ้น GCAP อยู่ที่3.82บ. บวก 0.14บ. หรือ 3.80% ราคาสูงสุด 3.84บ. ราคาต่ำสุด 3.70บ. มูลค่าซื้อขายที่ 9.11ลบ.TTCL ซื้อเก็งกำไร แนวรับ 32.50-33.00 บาท แนวต้าน 34.25-35.25 บาทความเห็น: แรงเหวี่ยง 4.04; ให้ขายตัดขาดทุนหากราคาต่ำกว่า 3.80。

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

China’s Challenges: Environment
Credit: Leo Fung

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

Their ability to do so will depend on what they are driving—which remains open to question. For all the talk of the ‘Chinese model,’ nobody can seem to agree whether it’s a juggernaut or a jalopy.

From a purely economic perspective, it looks very much like a juggernaut. Having overtaken Japan and still motoring along at double-digit pace with a fifth of the world’s population on board, the speed and size of China’s GDP is awe-inspiring. But from an environmental viewpoint, it more closely resembles a jalopy—belching fumes, wasting fuel and constantly in need of a radiator refill.

Over the past five years, China has become the world’s biggest energy consumer and greenhouse gas emitter. Its longstanding problem of water scarcity in the north has been compounded by pollution, overuse and drought, to leave an accumulated deficit of more than 200 billion cubic meters.

These problems show no signs of abating without an overhaul. On the latest trends of population growth, rising affluence and energy use, the emissions of the average person in China will surpass those of Europeans within five years and Americans within 10. Demands for water, energy, food and almost every other resource will also intensify, despite warnings that they are already beyond sustainable levels.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Until now, Beijing has managed to avert a crisis with a series of supply-side solutions to provide more water and fuel, while tinkering with the engine mid-drive.

It has embarked on the world’s biggest hydro-engineering project—the South-North Water Diversion Project—to channel rivers to the dry north. It has intensified diplomatic and trade efforts to secure coal, oil, timber and other resources in Australia, Africa and South America—adding to the competitive pressures with the United States. And it has boosted the efficiency of its industrial sector by investing heavily in new power plants and renewable energy.

The upgrade to a sleeker, low-carbon economy is an expensive and difficult task that is a long way from completion, but China appears ready to pay. Last year, it invested $34 billion in ‘clean technologies’ compared to the United States’ $18 billion, according to the World Resources Institute. The two biggest alternative energies—hydro and nuclear—will see a rapid expansion over the next decade, though they too have an environmental cost. Wind energy generating capacity is growing fast (China became number one in this field too last year), but more than a third isn’t yet connected to the grid. Development of solar power, eco-cities and electric vehicles has even further to go, but the government has committed considerable funds to realise these goals.

It has been far less willing to implement demand-side constraints, which is understandable given the relatively low living standards in China compared with developed nations and the fear of social instability if growth slows. Where it has been forced to impose limits—on pollution control—results have been mixed due to corruption, poor governance and the often conflicting goal of economic expansion. Given this background, the Politburo has preferred to set ‘intensity’ targets—for example on energy and carbon emissions—that are pegged to GDP.

But there are signs that this may be changing as the environmental road grows more bumpy, crowded and dry.? Beijing recently imposed its first restrictions on car ownership, cutting new registrations by more than two-thirds to alleviate traffic and pollution problems. Last month, state planners said China would impose a cap on annual water consumption of 670 billion cubic metres, as well as doubling spending on conservation and efficiency measures over the next 10 years.

In the next five-year economic plan—due to be unveiled in March—the government will also introduce pollution reduction targets for nitrogen oxide and ammonia in addition to the existing goals for sulphur dioxide and chemical oxygen demand. Along with a proposed environmental tax, this is likely to add to the costs of industry, but it should mean that China’s notorious smogs finally start to dissipate.

To the frustration of many trade partners—particularly Japan and the United States—the government is also limiting exports of rare earths used in high-tech manufacturing. This is partly justified on environmental grounds—the mining is dirty and China no longer wants to be a supplier of primary resources—but largely because it wants to move up the value chain by keeping those metals for production of home-made technology.

A still cleaner shift of direction, however, would entail an overall target to limit energy use—and by association set a peak for carbon emissions. This radical step is still being debated by five-year planners, who are trying to reduce China’s dependency on coal, which is the main source of greenhouse gas and acid rain, as well as being a blight on agricultural land and river systems. For all its investment in clean technologies, China remains addicted to this dirtiest of fossil fuels, which still supplies 77 percent of the nation’s energy.

Limiting the use of this primary fuel is essential for China and the world. Without this change, there can be no transition from carbon-burning jalopy to high-tech juggernaut and the drivers of the economy will find it harder to maintain control.

Easing off the accelerator now will be far easier than slamming the brakes later on.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Jonathan Watts is the Guardian’s Asia environment correspondent and author of ‘When a Billion Chinese Jump: How China Will Save the World – or Destroy It.’