The Debate

คา สิ โน เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก: The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay

สล็อตฝาก5บาทmp3,สรุปหุ้น 10 อันดับแรกที่มีผลกดดัชนีเช้านี้ (4 ธ.ค.)ขึ้นขาย-ลงไม่ซื้อในทางตรงข้าม อันดับเครดิตของบริษัทก็ถูกลดทอนลงจากการที่บริษัทมีอัตราการทำกำไรที่อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำและมีรายได้ที่ผันผวน ผลการดำเนินงานของบริษัทส่วนใหญ่มาจากงานโครงการโดยเฉพาะในสายธุรกิจเทคโนโลยีซึ่งขึ้นอยู่กับโครงการของหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ อัตรากำไรของงานโครงการดังกล่าวจึงค่อนข้างต่ำเนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรง ซึ่งโครงการของภาครัฐส่วนใหญ่จะต้องมีการประมูลแข่งขันกัน จึงส่งผลให้รายได้ของบริษัทขึ้นอยู่กับงบประมาณรายจ่ายและโครงการใหม่ ๆ ของภาครัฐ ดังนั้นงานของบริษัทจึงมีความเสี่ยงต่ำในการผิดนัดชำระเงินแต่ก็มีอัตราการทำกำไรที่ต่ำด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ การประมูลงานโครงการภาครัฐอาจเกิดความล่าช้าหรืออาจมีการยกเลิกซึ่งยิ่งสร้างความผันผวนให้แก่รายได้มากขึ้น นอกจากนี้ ทั้งบริษัทและคู่แข่งที่ประกอบธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารยังจะต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยีซึ่งส่งผลให้สินค้าหรือบริการบางอย่างอาจล้าสมัยได้ ขณะที่การเปิดให้ผู้ถือหุ้นเดิมแจ้งความประสงค์ขอใช้สิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน เมื่อวันที่ 23-27 พ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากที่ผู้ถือหุ้นได้มีมติอนุมัติเพิ่มทุนในการประชุมวิสามัญไปแล้วนั้น ได้มีการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน (Right Offering:RO) โดยผลการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนจากผู้ถือหุ้นเดิม มีผู้ถือหุ้นขอใช้สิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนรวมทั้งสิ้น 4,529,891,046 หุ้น ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าจำนวนหุ้นเพิ่มทุนทั้งหมดที่ผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติให้จัดสรรจำนวน 4,215,021,790 หุ้น ส่งผลให้บริษัทจะได้รับเงินราว 1,053 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนการเดินหน้าตามแผนธุรกิจต่อไปโดยตลอด 12 เดือนที่ผ่านมาทั้งทางบริษัท และ Lion Capital ได้พยายามสนับสนุนชี้แจงถึงผลดีของการซื้อขายกิจการดังกล่าวโดยละเอียดต่อกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทฯ และ Lion Capital ได้สรุปว่าการดำเนินการดังกล่าวมีความเป็นไปได้สูงที่จะใช้เวลานานเกินกว่าที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายหุ้นสำหรับโครงการที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในวันนี้ ได้แก่ โครงการเขาทราย ของบริษัท เฮลท์ แพลนเน็ท เมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) หรือ HPM ขนาด 8 เมกะวัตต์ และโครงการวังหลุม ของบริษัท มีเดียมาร์ค จำกัด (MM) ขนาด 5.90 เมกะวัตต์ โดยทั้งสองโครงการอยู่ในจ.พิจิตรUNIQ ซื้อคืนปิด shortทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 7-21 ก.ย. ตลาดทั้ง 3 แห่งได้รวบรวมความคิดเห็นประชาชนเกี่ยวกับเรื่องการใช้เซอร์กิต เบรกเกอร์ ซึ่งจะระงับการซื้อขายชั่วคราวในกรณีที่ตลาดหุ้นดีดตัวขึ้นหรือร่วงลงอย่างรุนแรง “ประเดช กิตติอิสรานนท์” เทขายหุ้น NUSA หลังถือหุ้นได้เพียงเดือนเดียวส่วนในปี 59 บริษัทเตรียมลงทุนขยายกิจการเพื่อให้มีรายได้เข้ามาเป็นประจำ(recurring income) โดยอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรเพื่อร่วมลงทุนจัดตั้ง Data Center เบื้องต้นคาดใช้งบลงทุนราว 400 ล้านบาท คาดรับรู้รายได้ปี 60 แถลงการณ์ของผู้นำสหรัฐระบุว่า นายโอบามายังได้ขานรับต่อการที่รัฐบาลเยอรมนีได้ลงมติอนุมัติการให้ความช่วยเหลือด้านกองทัพ เพื่อสนับสนุนการต่อต้านกลุ่ม IS สำนักข่าวซินหัวรายงานราคาหุ้นบริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือEPGปิดตลาดวันนี้ (3 ธ.ค.) อยู่ที่ 10.80 บาท บวก 0.10 บาท หรือ 0.93% สูงสุด 10.80 บาท ต่ำสุด 10.10 บาท มูลค่าการซื้อขาย 614.41 ล้านบาทSCC มูลค่าการซื้อขาย 1,294.16 ล้านบาท ปิดที่ 450.00 บาท เพิ่มขึ้น 8.00 บาทอนึ่ง ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 30 ต.ค.58 นายประเดชได้เข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนแบบ PP จาก NUSA จำนวน 5.76% TKN โชว์ฟอร์มเทพ! ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ 5.75 บ. เหนือ IPO เกือบ 44%ขณะที่บริษัทเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก(IPO) จำนวน 1,439,722,300 หุ้น ที่ราคาหุ้นละ 9 บาท โดยแบ่งเป็นหุ้นเดิมของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT จำนวน 1,242,500,000 หุ้น และหุ้นเพิ่มทุน จำนวน 197,222,300 หุ้น, การ พักฐาน จะใช้เวลาต่อไปอีก 1-1.5 สัปดาห์: เราคาดว่าจะยังไม่เห็นแรงซื้อหุ้นกลับเข้ามาแรงๆ ในช่วง 1-1.5 สัปดาห์ข้างหน้านี้ เนื่องจาก 1) SET ปิดทำการหลายวันในสัปดาห์หน้า และ 2) นักลงทุนที่ขายหุ้นไปก่อนหน้านี้ คาดว่าจะรอผลการประชุม FOMC ในวันที่ 15-16 ธ.ค.นี้ก่อน ถึงจะตัดสินใจเข้าลงทุนอีกครั้ง ,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET) ปิดตลาดรอบเช้า (4 ธ.ค.) นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 150ล้านบาทแนะนำซื้อ LPH โดยมีแนวรับที่ 5.65 และ 5.60 บาท และมีแนวต้านที่ 5.90 และ 6.00 บาท เป็นจุดขายทำกำไร TRU ตั้งเป้าปี 59 รายได้โต 10-15% ตามอุตฯรถยนต์-เพิ่มสัดส่วนส่งออก。

กลยุทธ์ที่แนะนำ : ช่วงบ่าย: คาดทรงตัวในแดนลบจนถึงอ่อนตัวได้ต่อ โดยการดีดขึ้นสลับ ปรับแนวต้านระยะสั้นลงมาที่ 1,335-1,345 จุด ส่วนแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,300-1,310 จุด ประเด็นสำคัญ ติดตามคืนนี้ สำหรับการประชุม ECB แม้ตลาดรับรู้แล้วว่า จะเพิ่มวงเงิน QE อย่างไรก็ตาม หากมีมาตรการเชิงรุกมากกว่าคาด (เพิ่มวงเงิน QE มากกว่าคาด หรือปรับลดดอกเบี้ยลงด้วย) จะสร้าง Sentiment เชิงบวกต่อ SET ในวันพรุ่งนี้ กลยุทธ์ การเก็งกำไร เหมาะกับผู้รับความเสี่ยงได้สูง และควรเล่นรอบสั้นๆ ทั้งนี้ หุ้นแนะนำตามสัญญาณเทคนิค ได้แก่ JMART (รับ 7.75 ต้าน 8.30 cut 7.50) CPALL (N.A.:[email protected]): แม้ประเด็นผู้บริหาร CPALL โดนกลต. ปรับกรณีใช้ข้อมูลภายใน ไม่ได้กระทบพื้นฐาน แต่ย่อมกระทบต่อภาพลักษณ์เชิงลบของ CPALL เพราะ หลักธรรมาภิบาล ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ใช้พิจารณาลงทุน โดยเฉพาะกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในบริษัทที่มี CG ดีเท่านั้น ดังนั้นช่วงสั้นนี้จึงแนะนำ หลีกเลี่ยงการลงทุนไปก่อนสภาพคล่องของบริษัทอยู่ในระดับที่ยอมรับได้จากเงินปันผลรับจากบริษัทร่วม โดยเงินทุนจากการดำเนินงานของบริษัทซึ่งหักกำไรส่วนได้เสียจากบริษัทร่วมและบวกเงินปันผลอยู่ที่ระดับประมาณ 700 ล้านบาทในปี 2556-2557 สำหรับช่วง 9 เดือนแรกของปี 2558 เงินทุนจากการดำเนินงานของบริษัทอยู่ที่ระดับ 133 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อเงินกู้รวมของบริษัทลดลงจาก 26.9% ในปี 2557 เป็น 15.5% (ปรับเป็นอัตราส่วนเต็มปีด้วยตัวเลข 12 เดือนย้อนหลัง) สำหรับช่วง 9 เดือนแรกของปี 2558 อัตราส่วนกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายต่อดอกเบี้ยจ่ายนั้นปรับตัวลดลงจาก 5.3 เท่า เป็น 2.4 เท่าในช่วงเวลาเดียวกัน ณ สิ้นเดือนกันยายน 2558 บริษัทมีเงินสดในมือจำนวน 508 ล้านบาทและเงินลงทุนชั่วคราวจำนวน 403 ล้านบาท บริษัทมีวงเงินสินเชื่อคงเหลือจากธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ ประมาณ 2,132 ล้านบาท โดยในช่วง 12 เดือนข้างหน้าบริษัทมีภาระในการชำระหนี้ระยะยาว 113 ล้านบาท ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือนกันยายน 2558 บริษัทมีเงินกู้ยืมระยะสั้นจำนวน 2,008 ล้านบาทโดยเป็นเงินกู้ยืมสำหรับงานโครงการจำนวน 1,221 ล้านบาท?ส่วนกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียนั้น ADB ได้คงอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจปีนี้ไว้ที่ 5.8% และปีหน้าที่ 6.0% ขณะเดียวกัน ADB ได้ปรับลดแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุ่นในปีนี้ ลงเหลือ 0.5% จาก 0.7% และได้ลดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐในปี 2558 มาอยู่ที่ 2.5% จากเดิม 2.6%ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาส 1/59 จะเปิดตัวโครงการใหม่เบื้องต้น 3 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 3 พันล้านบาท และในช่วงต้นปีจะมีการโอนคอนโดมิเนียม 2 โครงการ มูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท โดยปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอโอน(Backlog)ราว 6.2 พันล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทวางงบซื้อที่ดินในปีหน้าไว้ที่ 1.5-2 พันล้านบาท โดยยังคงสนใจซื้อที่ดินในทำเลส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้าเป็นหลักขณะที่บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 59 จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 5% จากปีนี้ หลังตลาดวัสดุก่อสร้างจะฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 4 ต่อเนื่องถึงปี 59 ตามความต้องการซื้อสินค้าในกลุ่มลูกค้าโครงการอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวดีขึ้น หลังภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงการขยายช่องทางการขายของบริษัทและการเตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง 2 ยักษ์ใหญ่โรงกลั่นน้ำมันญี่ปุ่นประกาศควบกิจการ หวังรับมือดีมานด์อ่อนตัว,ขณะเดียวกัน ADP ยังได้ทบทวนปรับเพิ่มตัวเลขการจ้างงานในเดือนต.ค.เป็นเพิ่มขึ้น 196,000 ตำแหน่ง จากเดิมที่รายงานว่าเพิ่มขึ้น 182,000 ตำแหน่ง นอกจากนี้ประธานเฟดได้แถลงแสดงความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อัตราการว่างงานลดต่ำลง และอัตราเงินเฟ้อกำลังปรับตัวขึ้นเข้าใกล้ระดับ 2% ซึ่งเป็นเป้าหมายของเฟด เป็นการส่งสัญญาณพร้อมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเฟดเดือนธ.ค.พร้อมกันนี้ได้จัดโปรโมชั่นลดสูงสุด 70% พร้อมขยายพื้นที่ความสุข ปรับกลุ่มสินค้า ขยายพื้นที่จอดรถ ร่วมฉลองสาขาใหม่ โดยคาดว่าจะผลักดันยอดขายกว่า 62 ล้านบาท/เดือน/สาขา,ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway down มีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลงไปที่กรอบล่างของ sideway down หรือแถว ๆ 424 บาท สั้นๆ ดีดกลับไม่ข้ามแถว ๆ 460 บาท แนะนำขาย เพื่อรอซื้อกลับเมื่ออ่อนตัวที่แนวรับข้างต้น、สล็อต แจก เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก 2562、สภาพคล่องของบริษัทอยู่ในระดับที่ยอมรับได้จากเงินปันผลรับจากบริษัทร่วม โดยเงินทุนจากการดำเนินงานของบริษัทซึ่งหักกำไรส่วนได้เสียจากบริษัทร่วมและบวกเงินปันผลอยู่ที่ระดับประมาณ 700 ล้านบาทในปี 2556-2557 สำหรับช่วง 9 เดือนแรกของปี 2558 เงินทุนจากการดำเนินงานของบริษัทอยู่ที่ระดับ 133 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อเงินกู้รวมของบริษัทลดลงจาก 26.9% ในปี 2557 เป็น 15.5% (ปรับเป็นอัตราส่วนเต็มปีด้วยตัวเลข 12 เดือนย้อนหลัง) สำหรับช่วง 9 เดือนแรกของปี 2558 อัตราส่วนกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายต่อดอกเบี้ยจ่ายนั้นปรับตัวลดลงจาก 5.3 เท่า เป็น 2.4 เท่าในช่วงเวลาเดียวกัน ณ สิ้นเดือนกันยายน 2558 บริษัทมีเงินสดในมือจำนวน 508 ล้านบาทและเงินลงทุนชั่วคราวจำนวน 403 ล้านบาท บริษัทมีวงเงินสินเชื่อคงเหลือจากธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ ประมาณ 2,132 ล้านบาท โดยในช่วง 12 เดือนข้างหน้าบริษัทมีภาระในการชำระหนี้ระยะยาว 113 ล้านบาท ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือนกันยายน 2558 บริษัทมีเงินกู้ยืมระยะสั้นจำนวน 2,008 ล้านบาทโดยเป็นเงินกู้ยืมสำหรับงานโครงการจำนวน 1,221 ล้านบาท , กอบกาญจน์ มองปัญหา FAA ลดเกรดไม่กระทบตัวเลขนักท่องเที่ยวของไทยพล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต (ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต) กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวกลุ่มไอเอส 2 คนเดินทางเข้ามายังจังหวัดภูเก็ตว่า ได้รับข่าวสารมาบ้าง แต่ไม่ได้มีการประสานอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตามในส่วนของจังหวัดก็ได้มีการระวังป้องกันอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแตื่มีเหตุระเบิด ที่เซ็นทรัลสมุย ราชประสงค์ และมีเหตุก่อการร้ายในฝรั่งเศส ทั้งในส่วนกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ได้สั่งการเข้ามาตลอดให้นำบทเรียนจากกรณีต่างๆ มาวางมาตรการในการป้องกันเหตุร้าย เลขาฯ ก.ล.ต.คาดเปิดเผยผลตรวจสอบข้อเท็จจริงโอนหุ้นเสี่ย ชูวงษ์ ในเดือนนี้โดย SCB จะเข้าลงทุนภายใต้เงื่อนไขการได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการ และที่ประชุมผู้ถือหุ้นของ GUNKUL และ SCB ตกลงจะใช้สิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทในราคาหุ้นละ 24 บาท แต่หากปรากฎว่าราคาตลาดถัวเฉลี่ยน้ำหนักหุ้นของบริษัทในช่วง 10 วันก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้นมีราคาต่ำกว่า 23.50 บาท/หุ้น คณะกรรมการจะนำเสนอให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาราคาเสนอขายเท่ากับราคาตลาดถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักหุ้นของบริษัท ในช่วง 10 วันทำการก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้นที่มีส่วนลด 2% โดยราคาขายดังกล่าวจะต้องไม่ต่ำกว่า 22 บาท/หุ้นอนึ่ง TKN เป็นผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายสาหร่ายแปรรูปภายใต้ตราสินค้า เถ้าแก่น้อย รวมถึงขนมขบเคี้ยวประเภทอื่นๆ เช่น ข้าวโพดอบกรอบ เป็นต้น โดยลักษณะของผลิตภัณฑ์และบริการแบ่งเป็น 5 ประเภทได้แก่ 1) สาหร่ายทอดกรอบ 2) สาหร่ายย่าง 3) สาหร่ายเทมปุระ 4) สาหร่ายอบ 5) ผลิตภัณฑ์อื่น ประกอบด้วย ธุรกิจข้าวโพดอบกรอบ ธุรกิจร้านจำหน่ายขนมขบเคี้ยวและของฝาก และธุรกิจขนมปังอบกรอบและข้าวโพดอบกรอบ,ทั้งนี้ สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลงอย่างหนักเมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโร หลังจาก ECB ได้ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB สู่ระดับ -0.3% จากเดิมที่ -0.2% ในการประชุมเมื่อวานนี้ และประกาศขยายระยะเวลาในการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ไปจนถึงเดือนมี.ค.2560 จากเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดในเดือนก.ย.2559วันนี้สิ้นสุดงาน Thailand Focus สัปดาห์หน้าต้องติดตามว่าจะมีกระแสเงินทุนไหลเข้าและตลาดจะมีการปรับเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพราะเมื่อดูจากสถิติการจัดงานตลอด 4 ครั้งที่ผ่านมา SET Index มักจะตอบรับเชิงบวกหลังจัดงานเสร็จทุกครั้ง โดยดัชนีจะปรับปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยหลังจัดงาน 1 สัปดาห์ 2.5% 2 สัปดาห์ 4.5% และ 1 เดือน 4.7% “โอบามา ขานรับรัฐสภาอังกฤษไฟเขียวปฏิบัติการต้าน IS ในซีเรีย。

Three recent papers attempt to look at the next stage of the world’s most important relationship.

The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay
Credit: The White House

The Asia security field is a crowded one these days, and that is a good thing. The region is confronting a number of destabilizing threats: disputes over islands in the South and East China Seas, weak governance in several Southeast Asian nations, and continuing?uncertainty over North Korea’s intentions and capabilities, among others. All are long-term, ongoing challenges, and the more ideas that get out there about how to manage these issues, the better.

No issue gets as much attention, however, as the U.S.-China relationship and what it means for regional security. For most, it boils down to whether the era of U.S. primacy is over. If it is, what should the next stage look like and how does China fit in? If not, how does the United States preserve its role as the fundamental security guarantor in the region and how does China fit in?

Three recent, thoughtful reports/papers attempt to address this question: the first, “Revising U.S. Grand Strategy Toward China”?by my CFR colleague Robert Blackwill and Carnegie Endowment scholar Ashley Tellis; the second, “The Future of U.S.-China Relations Under Xi Jinping: Toward a New Framework of Constructive Realism for a Common Purpose”?(pdf)?by former Australian Prime Minister Kevin Rudd; and the third, “Beyond American Predominance in the Western Pacific: The Need for a Stable U.S.-China Balance of Power”?by Carnegie Endowment scholar Michael Swaine. Each adopts a different approach and arrives at different conclusions, although the Rudd and Swaine analyses are largely compatible. Blackwill and Tellis explicitly seek to develop a roadmap for continued U.S. primacy in the Asia Pacific. Rudd and Swaine, in contrast, argue that such an effort is unrealistic, even harmful, given the realities of U.S. commitments and domestic politics, as well as China’s intentions and growing capabilities. Both Rudd and Swaine seek to have the United States and China sacrifice near-term interests for a longer-term greater good. However, Rudd places a much greater burden of compromise on the United States, while Swaine is more even-handed in his call for accommodation by both sides.

I was most eager to read the Rudd report. I have heard the former prime minister speak on a number of occasions and have always been impressed by his insights. In his report, Rudd assumes the role of peacemaker—trying to bridge the gap between the “private or semi-private narratives each side [the United States and China] may have about the other.” Although ostensibly designed to speak equally to Chinese and U.S. policymakers, the report is, for the most part, designed for a U.S. audience—explaining China and the Chinese perspective to Americans and offering recommendations for Washington.

Rudd’s argument is premised on his belief that Chinese President Xi Jinping is someone with whom the United States can work, that he is prepared to take calculated risks, and that there is now a window in China for Washington and Beijing to strike a grand bargain. According to Rudd, it is up to the United States to use this space as creatively as possible, while it lasts. While this is an appealing narrative, the report does not make?clear why Rudd believes this. Rudd also leaves the reader hanging when he asserts that China will become a more active participant in the reform of the global rules-based order and that it will bring a “new, forthright Chinese voice in the world.” It would have been helpful had the prime minister explained whether this voice will mean more Air Defense Identification Zones or more Asian Infrastructure Investment Banks or both. The implications for the region are vastly different.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

There are also some off-putting notes. Rudd begins by announcing that the Chinese economy will continue to thrive, noting: “Sorry, but on balance, the Chinese economic model is probably sustainable.” It is an awkward pronouncement that assumes that Americans want the Chinese economy to fail—something very few Americans, in fact, desire. (What Americans do want is a thriving Chinese economy that offers a fair and open trade and investment environment.)

While bold and fun to read, Rudd’s analysis of Xi’s presidency and the potential for significant new cooperation with the United States—should only the United States?seize the moment—ultimately falls short because it is difficult to find the evidence to support it. Xi may well have the political capital to strike a grand bargain, but Rudd’s faith in him notwithstanding, it remains unclear that he wants one.

The lack of demonstrable Chinese interest in a more accommodating regional security posture makes me initially sympathetic to the dominant theme of the Blackwill and Tellis report. As Blackwill and Tellis note, the current Chinese leadership has offered little indication—either in words or action—that it does not have as its endgame supplanting the United States as the regional hegemon. However, the report adopts such an uncompromising stance on any potential for the United States and China to find common ground that it loses me along the way. There is a built-in assumption that China necessarily wants to supplant the United States—not simply this regime at this moment in time. Such a deterministic understanding of Chinese politics and interests ignores ongoing debates within the country and the potential for new understandings to emerge

The recommendations (as in the Rudd report) run several pages, and for the most part, they represent a coherent strategy for the United States. Blackwill and Tellis have flipped the current hedging strategy from its emphasis on engagement with limited containment to containment with limited engagement. Much paper is devoted to strengthening military and economic ties with our allies. Still, it is difficult to understand, at times, how the containment and engagement will all work together—for example, “agreeing on enhanced security confidence-building measures between the two sides” while the United States establishes a new technology-control regime and levies an across-the-board tariff on Chinese economic goods in response to Beijing’s cyberattacks. Whatever its weaknesses, however, the report raises appropriate alarm bells concerning the challenge that many current Chinese economic and security behaviors pose for U.S. interests and the necessity of addressing them directly.

Ultimately, I thought the quietest piece—the one released with the least fanfare—was the most thought-provoking and compelling. Swaine offers a reasonably even-handed assessment of both the U.S. and PRC perspectives and tackles head on the problem that Beijing and Washington have concerning “clashing assumptions and beliefs about the requirements for continued order and prosperity in Asia.” He also identifies several very specific areas for potential cooperation, including the Korean Peninsula, Taiwan, and the management of maritime territorial disputes, and then proceeds to lay out how actual progress might be realized through various trade-offs. For example, he suggests that the United States halt arms sales to Taiwan in return for credible assurances by Beijing that it will not use force against Taiwan (except in the case of a dejure declaration of independence) and acceptance that unification would be peaceful and must involve the consent of people of Taiwan. One can agree or not with all of Swaine’s analysis or prescriptions, but in a much shorter piece, he takes the reader deeper and farther into understanding the challenges at hand and the potential roadmap for resolution.

Elizabeth C. Economy is?C.V. Starr Senior Fellow and Director for Asia Studies at the Council on Foreign Relations. She is an expert on Chinese domestic and foreign policy and U.S.-China relations and author of the award-winning book,?The River Runs Black: The Environmental Challenge to China’s Future.?This post appears courtesy of?CFR.org?and?Forbes?Asia.