China, What's Next?

เว็บพนันออนไลน์แจกเครดิตฟรีไม่ต้องฝาก2020: China’s Challenges: Environment

บัตร เครดิต กสิกร ฟรี ค่าธรรมเนียม ตลอด ชีพ1️⃣M98,แนวรับ 20.80-21.20 บาท,SET ฟื้นตัวน้อยกว่าที่คาด ซื้อ SAMART เป้าหมายถูกทำ Window Dressingราคาปิด 18.90 ตัดขาดทุน 18.40 การโรดโชว์หุ้น HPT ใน 10 จังหวัด ประกอบด้วย ชลบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี เชียงใหม่ ลำปาง นครสวรรค์ หาดใหญ่ ราชบุรี และกรุงเทพฯ มีกระแสตอบรับที่ดีเป็นอย่างมาก นักลงทุนในทุกจังหวัดแสดงความสนใจจองซื้อหุ้นไอพีโอของ HPT เป็นจำนวนมาก ผู้บริหารของ HPT และ APM ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินนายพรสนอง กล่าวว่า แผนธุรกิจระยะกลางของกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของธนาคารที่มุ่งผลักดันการเติบโตของสินทรัพย์ เพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม และลดต้นทุนทางการเงินผ่านกลยุทธ์เพิ่มลูกค้าใหม่และการจัดกลุ่มลูกค้า (Segmentation) ที่ชัดเจนขึ้น ภายใต้แนวคิดในการใช้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อและบริการทางการเงินที่ครบวงจร(Total Financial Solutions) ได้แก่ บริการบริหารเงินสด (Cash Management) บริการธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศ (Trade Finance) บริการเพื่อบริหารความเสี่ยงทางการเงิน (FX and Derivatives) บริการการเงินธนกิจและการลงทุน (Investment Banking) และสินเชื่อโครงการ (Project Finance)เพื่อต่อยอดโอกาสทางธุรกิจและธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่น จีน และภูมิภาคอาเซียนอีกทั้งคณะกรรมการบริษัทยังอนุมัติกำหนดวันประชุมผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทครั้งที่ 1 (AJP-W1) ครั้งที่ 1/58 ในวันที่ 3 ส.ค.58 เพื่อพิจารณาอนุมัติแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อ 1.8 ของข้อกำหนดว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิและผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทครั้งที่ 1 ซึ่งเกี่ยวข้องกับวันใช้สิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทภายใต้ AJP-W1อนึ่ง ปัจจุบัน NPP นั้นมีการเข้าถือหุ้นใน FVC ในสัดส่วน 2.56% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการสถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่งของบริษัทเป็นผลจากการเติบโตที่สม่ำเสมอของปริมาณการจราจรบนเครือข่ายทางด่วนของบริษัท ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา ปริมาณจราจรเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3% ต่อปี ส่วนในปี 2557 ปริมาณจราจรบนทางด่วนเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจากปัญหาความไม่สงบทางการเมืองตลอดจนภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนตัวลง ปริมาณจราจรบนทางด่วนโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1.104 ล้านเที่ยวต่อวันในปี 2557 เทียบกับ 1.100 ล้านเที่ยวต่อวันในปี 2556 อย่างไรก็ดี การปรับขึ้นค่าผ่านทางในช่วงปลายปี 2556 ส่งผลให้รายได้ค่าผ่านทางเฉลี่ยต่อวันเติบโต 5.6% ในปี 2557 เป็น 23.3 ล้านบาทต่อวัน สำหรับ 5 เดือนแรกของปี 2558 บริษัทรายงานปริมาณจราจรบนทางด่วนโดยเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 5.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 1.130 ล้านเที่ยวต่อวันหลังจากปัญหาทางการเมืองสงบลงและราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ในขณะเดียวกัน รายได้ค่าผ่านทางเฉลี่ยต่อวันก็เติบโต 6.1% เป็น 23.9 ล้านบาท ,โดยดัชนีหลักทรัพย์ SET50 เคลื่อนไหวในกรอบ 986.88-996.56 จุด ส่วนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50M15 เคลื่อนไหวในกรอบ 981.90-994.10 จุด การเคลื่อนไหวในลักษณะดังกล่าวนี้ ส่งผลให้นักลงทุนเข้าลงทุนทั้ง Call และ Put โดยส่วนใหญ่ยังเป็นการเทรดระยะสั้นระหว่างวันโดยจะให้บริการIntegrated Cloud Service Agency (ICSA) แบบครบวงจร ซึ่งเป็นการให้บริการออกแบบและติดตั้งระบบ ICT ขององค์กรต่างๆ อย่างรวดเร็วโดยใช้เทคโนโลยี Cloud เข้าถึง Data center ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไร้พรมแดน การสื่อสารข้อมูลเร็วและปลอดภัยอนึ่ง ปัจจุบัน NPP นั้นมีการเข้าถือหุ้นใน FVC ในสัดส่วน 2.56% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ GFM15:19160 ปรับตัวลดลงมาทดสอบแนวรับที่ 19100-19150 ซึ่งเราแนะนำให้รอกลับเข้าไป Open Long ใน GFM15 หลังจากทะลุผ่านแนวต้านที่ 19100 ขึ้นมาได้ เนื่องจากทิศทางราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ US$1230 และมีแนวต้านสำคัญที่ 19500 กลยุทธ์การลงทุนหลักๆ แบ่งเป็น 3 Theme ใหญ่ 1) เลือกหุ้น High Dividend ที่มีโอกาสจะได้เห็นเม็ดเงินจากตราสารหนี้ย้ายเข้าตราสารทุน หลัง Earning Yield Gap มีโอกาสถ่างออกมากกว่า 4.2% มองตัวเด่นเป็น ASK, ADVANC, INTUCH 2) กลุ่มรับเหมา CK รับการเร่งลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังภาคท่องเที่ยวมีปัญหา การอุปโภคบริโภคในประเทศ การลงทุนของเอกชน และส่งออกยังไม่ฟื้น และ 3) เลือกหุ้น Domestic ที่ลงมากกว่าตลาด โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารฯ ที่ซึมซับปัจจัยลบดอกเบี้ยขาลงไปมากแล้ว เลือก KBANK เป็นตัวเด่น ABICO วานนี้ทำจังหวะ Breakout แนวต้านที่ 17.40 บาท ขึ้นได้ พร้อมกับ Volume ที่ปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้าราว 35% ทำให้ Momentum ที่ราคายังไปต่อได้ในระยะถัดไปยังคงมีทั้งนี้ ได้ปรับการคาดการณ์เศรษฐกิจเติบโตทั้งปีจาก 3-3.9% เหลือ 2.9-3.4% คาดครึ่งปีหลังขยายตัวได้ไม่เกิน 3.5-4% ไตรมาส 2 จะเป็นไตรมาสที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวสูงสุด หลังจากนั้นการเติบโตจะชะลอตัวลง โดยที่เศรษฐกิจไตรมาส 4 อาจติดลบได้ อัตราการขยายตัวการส่งออกติดลบประมาณ 0.5-1%(จากการคาดการณ์เดิมขยายตัว 1-2%) อัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น 0.5-1% (เดิมคาดว่าอยู่ที่ 0.2-0.5%) และค่าเงินบาทอาจอ่อนลงแตะระดับ 35-36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐได้ หากธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยช่วงปลายปีระยะสั้นมากแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 197-208 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 196 บาท,TASCO มูลค่าการซื้อขาย 1,584.41 ล้านบาท ปิดที่ 21.30 บาท ลดลง 0.10 บาทระยะสั้นมากแกว่งในกรอบ sideway up มีลุ้นที่จะปรับตัวขึ้นไปที่กรอบบนของกรอบ sideway ได้อีกครั้งสั้นๆ ไม่ต่ำกว่าแนวรับแถวๆ 3.90 บาทอีก แนะนำซื้อเก็งกำไรหวังผลดีดกลับขึ้นไปแถวๆ 4.20-4.30 บาทก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 3.80 บาทราคากลับมาแกว่งทรงตัวได้ดีขึ้นมาพักใหญ่ ทำให้รูปแบบกราฟราคาและการฟอร์มตัวของ Indicators ต่างๆ เริ่มส่งสัญญาณในเชิงบวก ดังนั้นถ้าไม่ย้อนต่ำกว่าแนวรับอีก คาดว่ามีลุ้นดีดขึ้นหาแนวต้านให้ทำกำไรตามรอบได้ เงินบาทเปิด 33.65/66 จับตาประชุมฉุกเฉิน EU กรณีหนี้กรีซวันนี้ดัชนี MSCI Asia Pacific เพิ่มขึ้น 0.2% สู่ระดับ 150.15 จุด เมื่อเวลาประมาณ 9.00 น.ตามเวลาโตเกียว。

ด้านบล.เคเคเทรด เลือก SPALI เป็น Top Daily Pick (มูลค่าเหมาะสม 32.70 บาท) หลังจากมองราคาหุ้น Laggards จากกลุ่มอสังหาฯ, ซื้อขายที่ P/E ratio ต่ำเพียง 6.8 เท่าอย่างไรก็ตาม ข้อมูลการซื้อขาย DW28 ณ สิ้นวัน ระบุว่านักลงทุนซื้อสุทธิใน SET50 Call รวมกว่า 8.8 ล้านหน่วย นำโดย S50208C1508A และ S5028C1506A ขณะที่มีแรงซื้อสุทธิ DW ในหุ้นรายตัวเพียงเล็กน้อย เช่น TTA28C1511A และ BCP28C1507A เป็นต้น ขณะที่แรงขายสุทธิ นักลงทุนขายสุทธิ TPIP28C1510A กว่า 5.0 ล้านหน่วย ตามมาด้วย TRUE28C1508A 3.1 ล้านหน่วย และ JAS28C1508A 2.2 ล้านหน่วย ตามลำดับ อย่างไรก็ดีคาดว่ากลุ่มเพ็ญชาติเตรียมพร้อมทำดีลดังกล่าวอยู่แล้ว ซึ่งจะเป็นการซื้อหุ้น RCI จาก UMI ทั้งหมด 32% เพื่อนำธุรกิจของกลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจอสังหาฯทั้งนี้ TUF จะกำหนดราคาเสนอขายไม่ต่ำกว่ามูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นและไม่ต่ำกว่า 70% ของราคาตลาด (ราคาถัว เฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของราคาหุ้น (อาจเป็นราคาปิด หรือ ราคาเฉลี่ยของหุ้นในแต่ละวันทำการ) ในตลาดฯ ย้อนหลัง 7-15 วันทำการติดต่อกันก่อนวันแรกที่เสนอขายหุ้น)、SET50 Index Futures: คาดวันนี้น่าจะติด High รอบเช้าที่ 982.50 จุดไปแล้ว ฉะนั้นการฟื้นตัวยังมีน้ำหนักแค่ประคอง Sidewayเท่านั้น โดยโอกาสที่จะเกิดระยะอ่อนตัวสู่แนวรับ 968-971 จุดยังคงมีอยู่ ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ดีดตัวขึ้นสวนทางกับที่ทางฝ่ายคาด โดยได้รับอานิสงส์จากการคลายความกังวลเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัส MERS ที่ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ ทำให้หุ้นสายการบิน, สนามบิน, โรงแรม และโรงพยาบาลที่ดิ่งลงในปลายสัปดาห์ก่อนดีดตัว พลังงาน กระตุ้นปชช.เร่งยื่นเสนอขายไฟฟ้าโครงการโซลาร์รูฟท็อปใน 30 มิ.ย., หุ้นแนะนำภาคบ่าย: เก็งกำไร SAMART (คาดผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 1/58 ขณะที่มีโอกาสเป็น Windows dressing target หลังหุ้นลดลง 28% YTD, เป้าทางกลยุทธ์ 32.00 บาท ตัดขาดทุน 27.00 บาท), EMC (ปีนี้คาด Turnaround หลังการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายโครงการต่างๆไปในปี 2557 และรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการทำอสังหาริมทรัพย์ที่ชลบุรี และคอมมูนิตี้มอลล์ สเตชั่นวันที่เจริญกรุง, เป้าทางกลยุทธ์ 0.90-1.00 บาท ตัดขาดทุน 0.80 บาท), ประเด็นกรีซผ่อนคลายสุดๆ หลังจากที่ประชุมกลุ่มผู้นำ Euro Zone เมื่อวาน แสดงความพึงพอใจต่อแผนปฎิรูปเศรษฐกิจของกรีซฉบับล่าสุด โดยนายเจอโรน ดิจเซลโบลม ประธาน Euro Group และรัฐมนตรีคลังเนเธอร์แลนด์ ได้ออกมากล่าวว่า ข้อเสนอของกรีซ ถือเป็นขั้นตอนเชิงบวกในกระบวนการแก้ปัญหาวิกฤติหนี้กรีซ a positive step forward ซึ่งในแผนปฎิรูปฉบับใหม่ กรีซยอมที่จะให้มีการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (Sale tax) การขึ้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย การขึ้นภาษีสำหรับผู้มายได้สูงส่วนด้านเทคนิค สัปดาห์นี้มองกรอบ SET Index ที่ 1,470-1,510 จุด โดยในภาวะที่ตลาดหุ้นผันผวนนี้ แนะนำให้ลงทุนในหุ้น Defensive ที่ทนทานต่อความผันผวนต่อตลาดสูง และมี P/BV ต่ำ เช่น PTTEP, PTTGC, PTT, BAY และ BBL และแนะนำหุ้นปันผล เช่น หุ้น BTS ที่มี P/BV ต่ำที่ 2 เท่า และมี Dividend yield สูง ที่ระดับ 7% และหุ้น THCOM และ INTUCH ที่มี Dividend yield สูงเช่นกันการกำหนดวัน XB คืบหน้าตามแผน โดยการเพิ่มทุนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อระดมเงินทุน 400 ล้านเหรียญรองรับการซื้อกิจการ Bumble Bee ดังนั้นหากมีความต้องการสูงในการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนครั้งนี้ และทำให้ได้ราคาเพิ่มทุนที่ดี จำนวนหุ้นเพิ่มทุนอาจน้อยกว่า 1,200 ล้านหุ้น ดังนั้นคาด Dilution effect ไม่เกิน 20% TUFเข้าซื้อ จุดขายขอ Update MACD เคลื่อนไหวออกด้านข้างในแดนลบ เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มขึ้นเคลื่อนไหวต่ำกว่าแนวโน้มลง RSI เคลื่อนไหวออกด้านข้างต่ำกว่าระดับ 50อย่างไรก็ดีจากการประชุมและเจรจาร่วมกันระหว่างกรุงเทพมหานครและบริษัทที่ผ่านมาหลายครั้ง ตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งปีที่ผ่านมาก็ยังไม่มีความคืบหน้าหรือมีข้อยุติสำหรับแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้แก่บริษัทอย่างเหมาะสม และเป็นธรรมแต่อย่างใด สรุปหุ้นผู้บริหารดอดซื้อ-แอบทิ้ง ประจำวันที่ 22 มิ.ย.58แนวรับ 18.50-18.80 บาท อย่างไรก็ดีจากการประชุมและเจรจาร่วมกันระหว่างกรุงเทพมหานครและบริษัทที่ผ่านมาหลายครั้ง ตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งปีที่ผ่านมาก็ยังไม่มีความคืบหน้าหรือมีข้อยุติสำหรับแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้แก่บริษัทอย่างเหมาะสม และเป็นธรรมแต่อย่างใดอย่างไรก็ดีคาดว่ากลุ่มเพ็ญชาติเตรียมพร้อมทำดีลดังกล่าวอยู่แล้ว ซึ่งจะเป็นการซื้อหุ้น RCI จาก UMI ทั้งหมด 32% เพื่อนำธุรกิจของกลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจอสังหาฯนอกจากนี้ ตลาดยังคงจับตาดูสถานการณ์หนี้สินของกรีซ ขณะที่การประชุมรัฐมนตรีคลังยูโรโซน หรือยูโรกรุ๊ป เกี่ยวกับหนี้กรีซได้สิ้นสุดลงแล้วเมื่อวานนี้ โดยที่ประชุมให้การขานรับต่อข้อเสนอของกรีซ แต่ก็ขอเวลาอีกหลายวันเพื่อศึกษารายละเอียดในข้อเสนอดังกล่าว เพื่อพิจารณาว่าจะผ่านความเห็นชอบหรือไม่ โดยรัฐมนตรีคลังยูโรโซนจะประชุมกันอีกครั้งภายในสัปดาห์นี้โครงสร้างผู้ถือหุ้น 5 อันดับแรกของ AJP เป็นดังนี้ (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 01/04/2558) ข้อมูล ตลท., ผลสำรวจมาร์กิต อิโคโนมิคส์ เผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการเบื้องต้นของยูโรโซนในเดือน มิ.ย.ปรับขึ้นแตะ 54.1 ซึ่งสูงสุดในรอบ 49 เดือน จาก 53.6 ในเดือน พ.ค. โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้นในเดือน มิ.ย.เพิ่มขึ้นแตะ 52.5 ซึ่งสูงสุดในรอบ 14 เดือน จากระดับ 52.2 ในเดือนก่อนหน้า ส่วนดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้นเดือน มิ.ย.ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 54.4 ซึ่งสูงสุดในรอบ 49 เดือน เมื่อเทียบกับระดับ 53.8 ในเดือน พ.ค.นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากรายงานของสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) ที่ระบุว่า ยอดขายบ้านมือสองในเดือนพ.ค.พุ่งขึ้น 5.1% สู่ระดับ 5.35 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.2009 และบ่งชี้ว่าตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐยังคงมีความแข็งแกร่ง。

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

China’s Challenges: Environment
Credit: Leo Fung

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

Their ability to do so will depend on what they are driving—which remains open to question. For all the talk of the ‘Chinese model,’ nobody can seem to agree whether it’s a juggernaut or a jalopy.

From a purely economic perspective, it looks very much like a juggernaut. Having overtaken Japan and still motoring along at double-digit pace with a fifth of the world’s population on board, the speed and size of China’s GDP is awe-inspiring. But from an environmental viewpoint, it more closely resembles a jalopy—belching fumes, wasting fuel and constantly in need of a radiator refill.

Over the past five years, China has become the world’s biggest energy consumer and greenhouse gas emitter. Its longstanding problem of water scarcity in the north has been compounded by pollution, overuse and drought, to leave an accumulated deficit of more than 200 billion cubic meters.

These problems show no signs of abating without an overhaul. On the latest trends of population growth, rising affluence and energy use, the emissions of the average person in China will surpass those of Europeans within five years and Americans within 10. Demands for water, energy, food and almost every other resource will also intensify, despite warnings that they are already beyond sustainable levels.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Until now, Beijing has managed to avert a crisis with a series of supply-side solutions to provide more water and fuel, while tinkering with the engine mid-drive.

It has embarked on the world’s biggest hydro-engineering project—the South-North Water Diversion Project—to channel rivers to the dry north. It has intensified diplomatic and trade efforts to secure coal, oil, timber and other resources in Australia, Africa and South America—adding to the competitive pressures with the United States. And it has boosted the efficiency of its industrial sector by investing heavily in new power plants and renewable energy.

The upgrade to a sleeker, low-carbon economy is an expensive and difficult task that is a long way from completion, but China appears ready to pay. Last year, it invested $34 billion in ‘clean technologies’ compared to the United States’ $18 billion, according to the World Resources Institute. The two biggest alternative energies—hydro and nuclear—will see a rapid expansion over the next decade, though they too have an environmental cost. Wind energy generating capacity is growing fast (China became number one in this field too last year), but more than a third isn’t yet connected to the grid. Development of solar power, eco-cities and electric vehicles has even further to go, but the government has committed considerable funds to realise these goals.

It has been far less willing to implement demand-side constraints, which is understandable given the relatively low living standards in China compared with developed nations and the fear of social instability if growth slows. Where it has been forced to impose limits—on pollution control—results have been mixed due to corruption, poor governance and the often conflicting goal of economic expansion. Given this background, the Politburo has preferred to set ‘intensity’ targets—for example on energy and carbon emissions—that are pegged to GDP.

But there are signs that this may be changing as the environmental road grows more bumpy, crowded and dry.? Beijing recently imposed its first restrictions on car ownership, cutting new registrations by more than two-thirds to alleviate traffic and pollution problems. Last month, state planners said China would impose a cap on annual water consumption of 670 billion cubic metres, as well as doubling spending on conservation and efficiency measures over the next 10 years.

In the next five-year economic plan—due to be unveiled in March—the government will also introduce pollution reduction targets for nitrogen oxide and ammonia in addition to the existing goals for sulphur dioxide and chemical oxygen demand. Along with a proposed environmental tax, this is likely to add to the costs of industry, but it should mean that China’s notorious smogs finally start to dissipate.

To the frustration of many trade partners—particularly Japan and the United States—the government is also limiting exports of rare earths used in high-tech manufacturing. This is partly justified on environmental grounds—the mining is dirty and China no longer wants to be a supplier of primary resources—but largely because it wants to move up the value chain by keeping those metals for production of home-made technology.

A still cleaner shift of direction, however, would entail an overall target to limit energy use—and by association set a peak for carbon emissions. This radical step is still being debated by five-year planners, who are trying to reduce China’s dependency on coal, which is the main source of greenhouse gas and acid rain, as well as being a blight on agricultural land and river systems. For all its investment in clean technologies, China remains addicted to this dirtiest of fossil fuels, which still supplies 77 percent of the nation’s energy.

Limiting the use of this primary fuel is essential for China and the world. Without this change, there can be no transition from carbon-burning jalopy to high-tech juggernaut and the drivers of the economy will find it harder to maintain control.

Easing off the accelerator now will be far easier than slamming the brakes later on.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Jonathan Watts is the Guardian’s Asia environment correspondent and author of ‘When a Billion Chinese Jump: How China Will Save the World – or Destroy It.’