China Power | Economy | East Asia

ufa678 master: The Real Cause of China’s Alibaba Crackdown

ตรวจ สลากกินแบ่ง รัฐบาล งวด วัน ที่ 1 กรกฎาคม 2562,ขณะที่รองศาสตราจารย์ ดร.พิสิษฐ์ ชาญเกียรติก้อง คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) เปิดเผยว่า การร่วมลงนามในครั้งนี้เพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี การพัฒนายานยนต์และพลังงานทางเลือกในระบบโลจิสติกส์และเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาความรู้ด้านยานยนต์ให้สามารถนำมาต่อยอดและใช้ประโยชน์ต่อธุรกิจได้ อีกทั้งยังเป็นการช่วยพัฒนาหลักสูตรการศึกษา ด้านการพัฒนายานยนต์และพลังงานทางเลือกในระบบโลจิสติกส์ เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพบุคลากร และก่อเกิดวิศวกรน้ำดีรุ่นใหม่อีกด้วย ดังนั้นทาง PIM จึงตัดสินใจร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) 3 ฝ่าย กับ CPALL และ CHO ในครั้งนี้ ราคาทองคำปิดวันศุกร์ร่วง นักลงทุนเทขายสินทรัพย์ปลอดภัย。 หุ้นเอชเอสบีซีพุ่งขึ้น 3.1% หลังจากมีรายงานว่า เอชเอสบีซี กำลังพิจารณาแผนการขายธุรกิจธนาคารรายย่อยในอังกฤษเป็นมูลค่า 2 หมื่นล้านปอนด์ หรือกว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนหุ้นดอยช์ แบงก์ ดิ่งลง 4.6% หลังจากดอยช์ แบงก์เปิดเผยผลกำไรในไตรมาสแรกลดลงแตะระดับ 559 ล้านยูโร (607.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งลดลงจากระดับ 1.1 พันล้านยูโรในช่วงไตรมาสแรกปีที่แล้ว เนื่องธนาคารต้องสูญเสียเงินไปกับการยุติคดีความกับหน่วยงานของสหรัฐและอังกฤษแนวรับ 9.70-9.85 บาทด้านเครือข่าย ปีนี้ได้วางรากฐาน Infrastructure ทั้งด้าน Mobile และ Fix อย่างเข้มข้น โดยแผนการขยายโครงข่าย 3G คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีทั้งสิ้น 29,000 สถานีฐาน และจะมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นได้ถึง 50 ล้านราย จากปัจจุบันอยู่ที่ 44 ล้านราย ขณะเดียวกันก็มีความพร้อมในทุกๆด้านในการประมูล 4G ที่กำลังจะเกิดขึ้น อีกทั้งพัฒนาคุณภาพ AIS WiFi สู่ AIS Super WiFi ด้วยความเร็วสูงสุด 650 Mbpsธุรกิจ : ผลิตกระเบื้องและนิคมอุตสาหกรรม , สรุปหุ้นผู้บริหารดอดซื้อ-แอบทิ้ง ประจำวันศุกร์ที่ 24 เม.ย.58นายทัศน์ กล่าวว่า โครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล 35 เมกะวัตต์ จะตอบโจทย์ด้านกลยุทธ์ของกลุ่ม KBS ในเรื่องการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าและไอน้ำแก่โรงงานน้ำตาลซึ่งเป็นธุรกิจหลัก, การเพิ่มศักยภาพในการทำกำไรให้กลุ่มบริษัท โดยคาดว่าโครงการโรงไฟฟ้าจะมีผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) 19% และจะสร้างกำไรเพิ่มเติมให้กลุ่มบริษัทในปีแรกที่เริ่มดำเนินการ ประมาณ 150 ล้านบาท และปีที่สอง ประมาณ 220 ล้านบาทตรวจ สลากกินแบ่ง รัฐบาล งวด วัน ที่ 1 กรกฎาคม 2562,นอกจากนี้ผู้ถือหุ้นยังได้อนุมัติจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน 25 ล้านหุ้น รองรับการจ่ายปันผล สำหรับผลการดำเนินงานงวดปี 2557 ให้แก่ผู้ถือหุ้น โดยจ่ายปันผลเป็นเงินสด ในอัตราหุ้นละ 0.14 บาท คิดเป็นเงิน 28 ล้านบาท และจ่ายปันผลเป็นหุ้นปันผล จำนวน 25 ล้านหุ้น มูลค่าตราไว้หุ้นละ 1 บาท ในอัตราหุ้นละ 8 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นปันผล รวมมูลค่าทั้งสิ้น 25 ล้านบาท รวมการจ่ายปันผลทั้งรูปเงินสดและหุ้นปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2557 ทั้งหมดอัตราหุ้นละ 0.465 บาท คิดเป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 93 ล้านบาทบริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือDELTAรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/58 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.58 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ 1.56 พันล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 1.25 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.39 พันล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 1.12 บาทต่อหุ้น แนะนำซื้อ TRC โดยมีแนวรับที่ 10.90 และ 10.80 และมีแนวต้านที่ 11.50 และ 11.70 เป็นจุดขายทำกำไรขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่างานในมือ (Backlog) ประมาณ 1,000 ล้านบาท คาดว่าจะทยอยรับรู้ในปีนี้ทั้งหมด และยังอยู่ระหว่างเดินหน้าประมูลงานใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับบริษัทนายวิลเลียม ดัดลีย์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก แสดงความเห็นว่า การปรับตัวของเศรษฐกิจจะเป็นปัจจัยตัดสินว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อใด ขณะที่เขาคาดว่าจะมีการปรับขึ้นในปีนี้ ขณะเดียวกันนายดัดลีย์ได้แสดงความเชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะยังคงมีการขยายตัว และเงินเฟ้อจะดีดตัวขึ้นในช่วงต่อไปของปีนี้กรณีที่บริษัทจะขออนุมัติผู้ถือหุ้นเพื่อซื้อหุ้นและหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท อันดามันเพาเวอร์ แอนด์ ยูทิลิตี้ จำกัด (APU) ทั้งหมดรวมจำนวน 3.4 ล้านหุ้น ในราคา 340 ล้านบาท พร้อมได้สิทธิสัมปทานขายไฟฟ้าให้แก่ทางการเมียนมาร์ ซึ่งที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) เห็นว่าเป็นการทำรายการที่ไม่สมเหตุสมผล และราคาซื้อสูงกว่ามูลค่ายุติธรรมโดยการที่คณะกรรมการมีมติในเรื่องการเปลี่ยนแปลงการจ่ายเงินปันผล ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญอันควรให้สิทธิผู้ถือหุ้นเป็นผู้พิจารณาตามมาตรา 115 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว เป็นการรับทราบการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ซึ่งดำเนินการโดยคณะกรรมการของบริษัท ถือว่าเป็นการจงใจและเจตนาริดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้น และเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ ขัดต่อหลักกฎหมาย หลักคุณธรรม และหลักธรรมาภิบาลตัวเลขงบการเงิน และหมายเหตุประกอบงบการเงิน โดยจะอนุญาตให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ของ AI และ AIEพร้อมกับคงเครื่องหมาย NP (Notice Pending) ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2558 จนกว่า AI และ AIEจะนำส่งงบการเงินฉบับแก้ไข , “สัมพันธ์ วชิรสกุลชัย” ตัดขาย SMPC เหลือถือไม่ถึง 5%ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย.พุ่งขึ้น 10.7 ดอลลาร์ หรือ 0.89% ปิดที่ระดับ 1,213.90 ดอลลาร์/ออนซ์, สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนพ.ค.เพิ่มขึ้น 19.7 เซนต์ ปิดที่ 16.591 ดอลลาร์/ออนซ์, สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค.เพิ่มขึ้น 5.2 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,158.6 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมิ.ย.ลดลง 1.30 ดอลลาร์ ปิดที่ 781.15 ดอลลาร์/ออนซ์อย่างไรก็ตามผู้ถือหุ้นมีมติเห็นด้วยกับการขอเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ของบริษัทอีก 5 ข้อ ได้แก่ TGCI กำลังแอบซุ่มเงียบ ค่อยๆขยับขึ้นมาวันละนิด โดยมีจุดที่น่าสังเกตุอยู่ที่แท่งเทียนได้ทำจังหวะยก Low มา 5 วันติดพร้อมกับสามารถยืนอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย SMA5 วันได้อย่างต่อเนื่อง บ่งบอกถึงราคากำลังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นได้เป็นอย่างดี โดยบริษัท นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ NEWS จึงขอแจ้งให้ทราบว่า หากการกระทำใดของคณะกรรมการบริษัท ที่ได้มีการดำเนินการไปแล้ว หรือจะมีการดำเนินการใดๆต่อไปนั้น ส่งผลทำให้การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2558 ซึ่งกำหนดนัดประชุม ในวันพุธที่ 29 เมษายน 2558 ไม่สามารถดำเนินการได้ หรืออาจส่งผลอย่างใดอย่างหนึ่งต่อการลงมติของผู้ถือหุ้น หรือทำให้การประชุมไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีการกระทำอย่างใดๆ อันมีลักษณะเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายนั้น บริษัท นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีความจำเป็นที่จะต้องใช้สิทธิในฐานะผู้ถือหุ้น ร้องขอให้บริษัท ดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีกับคณะกรรมการบริษัท KTB แกร่งกว่าตลาด กูรูเก็งรับผลประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนภาครัฐฯ ให้เป้า 25.75 บ.。

พาณิชย์ หั่นเป้าการส่งออกปี 58 เหลือโต 1.2% จากเดิมคาด 4% ทั้งนี้บริษัทประเมินผลการดำเนินงานปี 58 จะมีรายได้รวมกว่า 3,000 ล้านบาท และพลิกกลับมามีกำไรสุทธิจากปี 2557 ที่ขาดทุน 10.66 ล้านบาท ที่ได้รับผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงจากโรคระบาดในกุ้งและต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ในปีนี้ผลผลิตกุ้งในตลาดเริ่มฟื้นตัว ประกอบกับบริษัทยังมียอดขายส่วนเพิ่มเข้ามาจากการหันมารับงานรับจ้างผลิต (OEM) อาหารสัตว์เลี้ยง (สุนัข กับ แมว)ให้กับ บริษัท นูทริกซ์ ที่จะสร้างรายได้เข้ามาอีกราว 400-500 ล้านบาท และจะเพิ่มเป็น660 ล้านบาทในปี 59 และ 880 ล้านบาทในปี 60 SET ภาคบ่ายร่วงกว่า 20 จุด ตามทิศทางตลาดต่างประเทศศูนย์การค้าดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 60 ไร่ พื้นที่โครงการ 200,000 ตารางเมตร บนถนนบางนา-ตราด สาย 36 มอเตอร์เวย์ไป ต.บ้านเพ ใกล้แยกเกาะกลอย โดยภายในศูนย์การค้าจะประกอบด้วยร้านค้าแบรนด์ชั้นนำทั้งไทยและอินเตอร์มากกว่า 250 ร้านค้า แบรนด์แฟชั่นระดับโลก Uniqlo ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในระยอง แหล่งรวมร้านอาหารนานาชาติชื่อดังกว่า 100 ร้านค้า พร้อมด้วยสินค้าจากพาร์ทเนอร์หลักของซีพีเอ็น อย่าง โรบินสัน ท็อปส์มาร์เก็ต บีทูเอส ออฟฟิศเมท ซูเปอร์สปอร์ต พาวเวอร์บาย และโรงภาพยนตร์เมเจอร์ซีเนเพล็กซ์ แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (29 เม.ย.) เมื่อดัชนีปรับตัวลงมาอยู่ในโซน 1,530 จุด น่าที่จะเข้าซื้อเล่นระยะสั้นได้ โดยภาพรวมของตลาดคงจะอยู่ในรูปแบบของการเก็งกำไร พร้อมให้แนวรับ 1,520 จุด ส่วนแนวต้าน 1,535-1,540 จุดอย่างไรก็ตาม ในปีนี้ยังมีแหล่งก๊าซฯ อื่นที่จำเป็นต้องมีการปรับปรุงระบบและอุปกรณ์ประจำปี ได้แก่ แหล่งก๊าซฯ พื้นที่พัฒนาร่วมไทย มาเลเซีย โดยจำเป็นต้องแบ่งการซ่อมบำรุงออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 เป็นการทำงานเพื่อติดตั้งแท่นและอุปกรณ์เพิ่มความดันก๊าซฯ เพื่อรักษาความสามารถในการจ่ายก๊าซฯ ให้เป็นไปตามสัญญา โดยจะดำเนินการในช่วงเดือนก.ค.-ส.ค.58 และช่วงที่ 2 เป็นการทำงานต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 1/59 โดยเป็นการเชื่อมต่อระบบต่างๆ กับแท่นผลิตหลัก, ก.ล.ต.ขอให้ผู้ถือหุ้น CYBER ใช้สิทธิออกเสียงกรณีเข้าซื้อ APU มูลค่า 340 ลบ.ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 3.20-3.60 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 3.10 บาท?ขณะที่ล่าสุด ได้เปิดตัว AIS Fibre ซึ่งเป็นบรอดแบนด์ความเร็วสูง 1 Gbps ตั้งเป้าครอบคลุมลูกค้า 1 แสนครัวเรือนในปีนี้ และครอบคลุม 10 ล้านครัวเรือนภายใน 5 ปี พร้อมทั้งตั้งเป้าติดอันดับ TOP3 ในอุตสาหกรรม Fibre ภายใน 5 ปีเช่นเดียวกันแนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ คาดว่าจะแกว่งผันผวนในกรอบ เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามา โดยให้แนวรับ 1,550-1,540 จุด ส่วนแนวต้าน 1,560-1,570 จุดแนะนำซื้อ TIPCO โดยมีแนวรับที่ 9.00 และ 8.90 และมีแนวต้านที่ 9.50 และ 9.80 เป็นจุดขายทำกำไร กลยุทธ์ที่แนะนำ :ช่วงบ่าย: มีโอกาสลงไปหาแนวรับถัดไปที่ 1530 จุด หลังภาคเช้าหลุดระดับ 1540 จุดลงมา ซึ่งจะลบล้างสัญญาณลบนี้ได้ ช่วงบ่ายเราอยากเห็นการฟื้นตัวเหนือ1545 จุดก่อน ส่วนภาพรวม ยังมอง SET เป็นการลงพักฐานระยะสั้น เพื่อปรับขึ้นต่อ ดังนั้น กลยุทธ์ อ่อนตัวเป็นโอกาสซื้อสะสม โดยมีจุดรับถัดไปที่ 1530 และ1520 จุด ตามลำดับ ทั้งนี้ หุ้นแนะนำตามสัญญาณเทคนิค ได้แก่ TRC (รับ 10.9 ต้าน 11.8 Cut 10.5) NMG จ่อปันผลระหว่างกาล 0.028 บ./หุ้น XD วันที่ 8 พ.ค.นี้ทยอยซื้อสะสมและสั้นๆ Follow Buy เหนือ 32.50 บาทธุรกิจ : ผลิตกระเบื้องและนิคมอุตสาหกรรมตรวจ สลากกินแบ่ง รัฐบาล งวด วัน ที่ 1 กรกฎาคม 2562? SYNTEC ขยับขึ้นต่อ โบรกฯมองมีปัจจัยหนุนรายได้-ลุ้นบุ๊คกำไรพิเศษจาก BMCLนอกจากนี้ยังจะเปิดตัว Market Market ซึ่งเป็นไลฟ์สไตล์โซนชิคแอนด์ชิลด์รูปแบบใหม่ ที่มีทั้งการแสดงดนตรี จำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าบริการที่หลากหลาย ซึ่งส่วน ใหญ่เป็นกิจการของผู้ประกอบการรายย่อยในจังหวัดระยอง ซึ่งเห็นว่าเป็นโอกาสที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนา ผู้ประกอบการท้องถิ่นให้เติบโต SET Index แกว่งผันผวนในกรอบ 1,552-1,563 จุด ก่อนปิดภาคเช้าที่ระดับ 1,557.72 จุด +2.26 จุด (+0.15%) ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 18,756.30 ลบ. สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่ (ภาคเช้า) PACE มูลค่าสูงสุด 1.51 พันลบ. โดยแต่กระทรวงพาณิชย์ได้ตั้งเป้าหมายสำหรับการส่งออกในปีนี้ไว้ที่ 1.2% ที่มูลค่า 2.3 แสนล้านบาท ซึ่งปรับลดลงจากเดิม 4% สาเหตุจากปัจจัยภายนอกที่ยังรุมเร้ามากมาย แต่สมมติฐานราคาน้ำมันตลาดโลกในครึ่งปีหลังจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 70 ดอลลาร์/บาร์เรล, แนวโน้มเงินบาทที่คาดว่าจะอ่อนค่าไปใกล้เคียงประเทศคู่ค้าและประเทศคู่แข่ง โดยคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.60-33.40 บาท/ดอลลาร์, แนวโน้มราคาสินค้าเกษตรจะค่อยกระเตื้องขึ้น เชื่อว่าจะช่วยผลักดันการส่งออกได้ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557 บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนจำนวน 300,000,000 บาท เป็นทุนที่ชำระแล้วจำนวน 255,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 255,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1 บาท ภายหลังจากการนำเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนจำนวน 80,000,000 หุ้นในครั้งนี้ บริษัทฯ จะมีทุนเรียกชำระแล้วเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนเท่ากับ 300,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจ นวน 300,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท คำแนะนำ ซื้อเก็งกำไรระยะสั้น。

Political intrigue? Personal grudges? There’s a more basic cause for Alibaba’s ill fortune: The company threatens China’s monetary authority.

The Real Cause of China’s Alibaba Crackdown
Credit: Depositphotos

On August 23, the Central Commission for Discipline Inspection announced an anti-corruption investigation targeting Zhou Jiangyong, the party secretary of Hangzhou. Hangzhou is the city where the famous tech monolith Alibaba and its subsidiary Ant Group are headquartered, and Zhou’s fall is reportedly associated with scandals of his family members covertly holding a great amount of Ant Group’s shares.

The news certainly deals another blow to Alibaba’s already precarious position. Since the $37 billion IPO of Ant Group, predicted to be the largest IPO in the world if successful, was abruptly suspended by regulators last November, Alibaba and its founder Jack Ma have been continuously under enormous political pressure. Some observers attribute Alibaba’s current predicament to Ma’s defiant attacks on the financial regulators of China before the IPO. Others describe Alibaba’s experience more generally as an example of the crackdown on the private sector by the Chinese Communist Party, which is increasingly reasserting control over the economy.

However, very few have elaborated how exactly Alibaba and its mobile payment system, Alipay, might generate financial risks, and what specific problems they create for the regulators. Nor do many link Alibaba’s drama to another hot spot: the issuance of digital renminbi by the People’s Bank of China (PBOC). In fact, as this article will try to illustrate, the two stories are deeply related. The tension between Alibaba and the monetary authority of China lies in the nature of a privately operated mobile payment system.

In the early 2010s, Alipay, originally a payment processor that Alibaba created to facilitate online shopping transactions, grew into the largest mobile payment platform in the world, thanks to the widespread use of smartphones in China. Alipay significantly improves the efficiency and convenience of money transactions: People who put money in their Alipay accounts simply use their smartphones to scan each other’s QR code, and the transactions will be immediately processed, exempting them from the troubles of using cash or cards. If they want, they can also withdraw the money back to any bank account they choose to link with Alipay at any time. Gradually, people from all walks of life in China started using Alipay for their daily monetary transactions. In restaurants, shopping malls, or supermarkets, one can see Alipay’s QR code everywhere. It is no wonder that some exclaim that in China even beggars accept Alipay.

Behind the pervasive use of Alipay, however, is a thrillingly delicate financial arrangement. In China, the fiat currency is renminbi (RMB), whose supply is exclusively controlled by PBOC. Things become a little different if a person puts RMB in her Alipay account and uses it for transactions. When this person scans the QR code and transfers a set number to another Alipay account, she has every reason to believe that she is using RMB – but she is not. Instead, Alipay users are transferring a currency issued by Alibaba, whose exchange rate with the RMB happens to be 1:1. What endorses this invisible currency and maintains the 1:1 exchange rate is Alibaba’s own RMB reserves.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

If this sounds confusing, then just imagine the most extreme scenario – if Alibaba goes bankrupt. The numbers in an Alipay account would be worth nothing. Users would not be able to convert those numbers back to RMB, unless the government intervenes.

To those familiar with monetary theories, this should come as no surprise. They would say that the numbers in an Alipay account constitute what economists call “checkable deposits,” which are part of the monetary supply that any normal commercial bank can influence. Therefore, they do not distinguish using Alipay from swiping a debit card issued by a bank, except the former requires a QR code while the latter a POS machine. This argument may be true in theory, but three problems complicate the situation of Alipay in reality.

The first, and the most obvious, problem is that Alibaba is not a commercial bank, and therefore not covered by the conventional regulatory system that applies to banking. While a commercial bank must face scrutiny by the central bank and other financial regulators –for example, regularly reporting its reserves – Alibaba as a tech company is free from such supervision. Hence, by managing a mobile payment system without much constraint, Alibaba has gained a dangerous privilege in the financial system. The central bank is understandably concerned about it. What if Alibaba began to manipulate its currency through the Alipay system by, for instance, boosting some people’s Alipay accounts to curry favor with them? The numbers can be created out of thin air without being backed by real RMB, but they have real purchasing power. China’s regulators would not be able to detect or stop such irregularities in time.

The second problem, not surprisingly, is Alipay’s extreme popularity. PBOC must be ill at ease with the massive use of a private mobile payment system. After all, how can the monetary authority uses its policies to effectively maintain financial and economic stability if the majority of grassroot transactions in China take place through a non-RMB currency? It is totally foreseeable that, left unchecked, the business of Alipay will continue to grow, and one day the central bank might need Alibaba’s support or even approval in order to achieve its monetary policy objectives. PBOC cannot tolerate such a possibility.

The third problem, unique in the context of China, is that Alibaba is not state-owned. The Chinese government has much weaker control over tech companies like Alibaba than over financial institutes such as the “Big Five” banks. What makes things worse is that Alibaba has gone public in the United States, so any global investor can become a shareholder of Alibaba and therefore (in theory, at least) have a say in the operation of the company. Through this mechanism, it is possible for foreign powers to influence the Alipay system. There is no doubt that Chinese financial regulators are growing more vigilant about such risks as the political relationship between China and the United States keeps deteriorating.

PBOC is aware of these problems, but it does not have the option of rolling back the already full-fledged mobile payment. Using mobile payment has already become a business norm in China, and reversing it would likely inflict substantial pain on the economy and cause unnecessary panic. So how can PBOC encounter the financial risks of mobile payment while simultaneously leave its benefits intact? An intuitive solution emerges: PBOC should issue and promote its own mobile payment system.

Thus, it is no coincidence that China, as the largest market of mobile payments, also becomes the first major economy in the world to implement a digital sovereign currency. Publicly, the central bank always depicted the issuance of the digital RMB as a preemptive move against the surging popularity of foreign digital currencies such as Bitcoin. However, according to people familiar with the matter from the state-owned banks authorized to promote digital RMB, a clear goal of PBOC was to weaken the oligarchy status of private mobile payments in the market. However, to the surprise of many, PBOC eventually chose to incorporate Alipay as one of the issuance platforms. By turning competition into integration, PBOC is obviously attempting to merge private mobile payments into its own system and effectively regain control over monetary supply.

While PBOC is trying a market-friendly solution, Alibaba and its leader’s own words and deeds turned things into a bad direction. It is widely reported that Alibaba refused to share customer information with the government, an uncooperative attitude that would certainly be interpreted by the monetary authority as arrogant and threatening. In addition, as already noted, Jack Ma publicly accused the Chinese government of overregulation over the financial sector, tempting PBOC to impose some real regulations. All these developments worsened the innate conflict between Alibaba and PBOC, which finally boiled over when Alibaba wanted to further consolidate its grip on the financial sector by through Ant Group’s IPO.

Now the political wind is against Alibaba and will continue to be so. No matter how much ground Alibaba concedes, the inherent tension between a private mobile payment system and a public monetary authority does not easily go away. As long as PBOC pushes forward its digital RMB, Alipay, as well as other private mobile payments, will have no choice but to be integrated into one state-controlled mobile payment system. What remains to be seen is just how painful that transition will be.