China Power | Society | East Asia

บอลบ้านวันนี้: The Logic and Limitation of China’s Zero-COVID Policy

ไม่ ฝาก ไม่ แชร์,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีค่าระวางเรือ (BDI) ปิดวันทำการล่าสุด (29 พ.ค.) ที่ 589.00 จุด เพิ่มขึ้น 1.00 จุด หรือ 0.17%สำหรับการที่เงินบาทอ่อนค่าลงมีส่วนช่วยสนับสนุนภาคการส่งออกได้บ้าง โดยมองว่าผู้ส่งออกที่ยังมีความสามารถในการส่งออก และใช้วัตถุดิบในประเทศเป็นหลักจะได้รับประโยชน์จากบาทอ่อนโดยตรง ขณะที่การชะลอตัวลงของราคาน้ำมันจะส่งผลดีต่อต้นทุนสินค้าให้ลดลงขณะเดียวกัน ซัมมิทกรุ๊ปกำลังสยายปีกไปยังธุรกิจอื่น ๆ ในด้านการบริการและพัฒนาที่ดิน ภายใต้การบริหารงานของ ณัฐพล จุฬางกูร ลูกชายคนที่ 3 จากทั้งหมด 6 คน (ชายล้วน) ที่หันมาเอาดีในธุรกิจด้านนี้BRM15/2,125 Short ยังไม่ได้ รอเปิดอีกครั้งที่ 2,140 บาท เป้าหมายทำกำไร 2,110 บาท ตัดขาดทุนเหนือ 2,155 บาท" มองการปรับประมาณการลงของนักวิเคราะห์หลังประกาศผลประกอบการ Q1 ที่ส่งผลต่อ PE 58 ที่ดีดสูงขึ้น ทำให้ภาพการดีดตัวของตลาดแถว 1480 ค่อนข้างจำกัด" กลุ่มหุ้นที่ถูกลดน้ำหนักในดัชนี MSCI กดดัน SET: SET เคลื่อนไหวในกรอบแคบด้วยปริมาณการซื้อขายเบาบาง โดยกลุ่มหุ้นที่ถูกลดน้ำหนักในดัชนี MSCI อย่าง PTT BKANK ADVANC TPIPL ปรับลดลงเป็นปัจจัยกดดันตลาด ขณะที่กลุ่มหุ้นที่ถูกเพิ่มเข้าไปในดัชนี MSCI Thailand/Global Small มีจังหวะ เก็งกำไร เข้ามา อย่างไรก็ดีเราคาดว่ากลุ่มหุ้นที่ถูกปรับน้ำหนักของดัชนี MSCI จะมีความ ผันผวน มากขึ้นในช่วงก่อนปิดตลาดภาคบ่ายวันนี้ ซึ่งเรายังแนะนำ ซื้อ ADVANC และ AOT ในช่วงที่มีการปรับพอร์ตตามดัชนี MSCI วันนี้ โดยเราชอบ ADVANC/INTUCH จากอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการประมูล 4G และ AOT ที่ได้รับผลดีจากจำนวนผู้โดยสารเติบโต และเพิ่มพื้นที่เช่าเชิงพาณิชย์ที่สนามบินดอนเมืองปลายปีนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ THANI ณ เวลา 10.30 น. อยู่ที่ระดับ 3.18 บาท บวก 0.04 บาท หรือ 1.27% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 93.21 ล้านบาท ราคาหุ้นขยับขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่ยืนที่ระดับ 2.66 บาท เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 58 จนถึงล่าสุดหุ้นปรับตัวขึ้นแล้ว 19.55%ทั้งนี้ บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้แตะ 3 หมื่นล้านบาทในปี 63 โดยจะใช้กลยุทธ์ขยายตลาดต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศให้เป็น 50% จากปัจจุบันที่อยู่ระดับ 30%แนวรับ 19.20 แนวต้าน 20 , 21 มูดีส์เพิ่มเครดิต 4 แบงก์ชั้นนำของสหรัฐ หลังมีการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจ ,3.บริษัท เอ็นจีเค เซรามิกส์ ไทยแลนด์ จำกัด ได้รับส่งเสริมกิจการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เงินลงทุนทั้งสิ้น 10,700 ล้านบาท ตั้งโครงการที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยโครงการนี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของห่วงโซ่การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของประเทศสำหรับธุรกิจพลังงานทดแทน CEI ตั้งเป้าหมายภายในปี 59 จะมีโรงไฟฟ้าขนาดกำลังการผลิตประมาณ 20 เมกะวัตต์ ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จะมีการพัฒนาสินทรัพย์ที่มีอยู่แล้ว พร้อมกับการปรับปรุงพื้นที่ให้เช่าในนิคมอุตสาหกรรมบางปู เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และเพิ่มรายได้ให้กับบริษัท แนวรับ : 1.78 และ 1.76GFPT ปิด 13.20 +0.60 +4.76% ตอนนี้เป็นเรื่องของ mood ตลาดที่ยังไม่ดี Sentiment ที่ยังอ่อนแออยู่ นักลงทุนที่ลดพอร์ตไปก่อนหน้านี้ยังไม่รู้ว่าจะซื้อเพิ่มหรือเปล่า ซึ่งต้องเล่นกับความผันผวนอยู่ แต่มองดัชนีที่ระดับ 1,480 จุด เทียบ P/BV ถือว่าไม่สูง นายอดิศักดิ์กล่าว、2.1 ลงนามในสัญญาซื้อขายกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแล้ว จำนวน 6 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้า 41.70 MWส่วนงบลงทุนบริษัทตั้งไว้ที่ 4 พันล้านบาท โดยจะใช้ในการขยายกำลังการฝากระป๋องของโรงงานในไทยเพิ่มอีก 1 พันล้านฝา/ปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 2 พันล้านฝา/ปี ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตฝากระป่องในสิ้นปี 58 ของโรงงานดังกล่าวมีทั้งหมด 3 พันล้านฝา/ปี โดยจะใช้งบลงทุนราว 500-600 ล้านบาท เพิ่มกำลังการผลิตโรงงานในเวียดนาม 500 ล้านบาท แบ่งเป็นการเพิ่มกำลังการผลิตโรงงานผลิตกระป๋อง 100 ล้านบาท และโรงงานผลิตแก้ว 300-400 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังจะมีงบลงทุนที่เตรียมไว้เข้าซื้อกิจการอีกด้วยSYNTEC (BUY:Consensus [email protected]) : ปี 58 คาดกำไรโต15%YoY จากปัจจุบันที่มี Backlog ในมือสูงถึง 1.1 หมื่นลบ. และยังมีงานอยู่ระหว่างประมูลอีกกว่า 1.5 หมื่นลบ. ซึ่งส่วนใหญ่จะมี Gross margin ระดับ 12-15% สะท้อนการรักษาศักยภาพทกำไรในระยะยาว + มี Upside 25% และ คาดให้ Div. Yield ปีละ 3% จึงแนะนำซื้อIVL Trading แนวรับ 26.00 แนวต้าน 28.00-28.50 ตัดขาดทุน 25.25 SET บ่ายแกว่งแคบต่อ ลุ้นทดสอบ 1,500 จุดก่อนหยุดยาวโดยหลังจากที่ CEI มีการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น และทีมผู้บริหารชุดใหม่ เรายังคงเดินหน้าธุรกิจเดิม ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ชะลอการผลิตและการลงทุนใหม่ๆ โดยหลังจากนี้บริษัทจะขยายตลาดสินค้าพัดลม และเพิ่มไลน์สินค้าที่เกี่ยวข้อง เช่น หลอดไฟ หรือพัดลมติดหลอดไฟ ซึ่งเป็นที่นิยมในท้องตลาดทั้งนี้สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตร่วงลง 321.45 จุด หรือ -6.50% ปิดที่ 4,620.27 จุด ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นเสิ่นเจิ้นดิ่งลง 6.19% ปิดที่ 15,912.95 จุด。

ทั้งนี้ ดัชนีร่วงลงสู่ระดับ 46.2 ในเดือนพ.ค. จาก 52.3 ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. โดยดัชนีดิ่งลงต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะหดตัวของภาคการผลิต ขณะที่ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐขั้นสุดท้ายของเดือนพ.ค.อยู่ที่ระดับ 90.7 จากตัวเลขเบื้องต้นที่ 88.6 แต่ตัวเลขทั้ง 2 ยังคงต่ำกว่ามากจากระดับ 95.9 ในเดือนเม.ย. หลังจากพุ่งแตะระดับ 98.1 ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 11 ปีคำค้นAPUCYBERUPA บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320?ASPS ประเมินว่าโอกาสลดดอกเบี้ยนโยบายของไทยน่าจะอยู่ในกรอบ 0.25-0.5%จากปัจจุบัน 1.5% (จนถึงสิ้นปีนี้จะมีการประชุม กนง. อีก 4 ครั้ง ครั้งถัดไปคือ 10 มิ.ย. 2558) ขณะที่การปรับขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐยังไม่น่าจะเกิดขึ้นในเร็ววัน โดยอย่างเร็วที่สุดน่าจะเป็นช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า เนื่องจากดัชนีชี้นำเศรษฐกิจยังไม่ไปในทิศทางเดียวกัน ซื้อ TTCL INTUCH และกลุ่มรับเหมาฯ: Sentiment ที่ยังอ่อนแอของตลาด ทำให้กลยุทธ์การเข้าซื้อช่วงนี้อยู่ในรูปแบบการ ทยอยซื้อ โดยเราชอกลุ่มหุ้นที่ได้รับผลดีจากดอกเบี้ยต่ำกว่า INTUCH SAWAD หุ้นกลุ่มรับเหมาฯ ที่แนวโน้มการลงทุนภาครัฐฯ จะเร่งตัวขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ อย่าง CK STEC SEAFCO ขณะที่ แนะนำ ซื้อ TTCL จากแนวโน้มผลการดำเนินงานที่ Bottom out ไปแล้วใน 1Q15 และคาดว่ากำไรจะเติบโตต่อเนื่องรายไตรมาสไปอีก 2 ไตรมาสเป็นอย่างน้อย จากรายได้การขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และกำไรจากธุรกิจ EPS ที่เพิ่มขึ้น หลังงานกำไรต่ำส่วนใหญ่รับรู้ไปแล้วใน 1Q15 ขณะที่รายได้จากการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจะเริ่มรับรู้ตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นไป หนุนกำไรเติบโต 53-81% ในปี 2015-16 นอกจากนี้ยังคาดว่า TTCL จะออกจาก Turnover List ในสัปดาห์หน้า ประเมินแนวต้าน 35.75 บาท หรือถัดไปที่ 37.0 บากระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้เปิดเผยในวันศุกร์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ช่วงไตรมาสแรกของปีนี้หดตัวลง 0.7% จากที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ว่าขยายตัว 0.2% โดยระบุถึงภาวะอากาศที่หนาวเย็นผิดปกติ และการแข็งค่าของดอลลาร์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการบริโภค สำหรับปัจจุบันดีแทคมีลูกค้าใช้งานสมาร์ทโฟนมากถึง 14.9 ล้านเครื่อง หรือคิดเป็น 52% ของลูกค้าทั้งหมด แนวโน้มเหล่านี้เอื้อต่ออัตราการเจริญเติบโตในอนาคตของอุตฯโทรคมนาคมและอุตฯที่เชื่อมโยงกันในระบบ ไม่ว่าจะเป็นอุตฯทางการเงิน การธนาคาร ธุรกิจบันเทิง เป็นต้น STA-TRUBB กอคอกันวิ่ง คาด เก็งกำไร หลังราคายาง TOCOM พุ่งแรงในรอบ 13 เดือน แนะนำซื้อ AOT โดยมีแนวรับที่ 298 และ 295 และมีแนวต้านที่ 308 และ 314 เป็นจุดขายทำกำไร,คำค้นQTC บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320 โดยวาระสำคัญของประเทศไทยคือการปลดล็อคศักยภาพ 4G อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ดีแทคต้องการที่จะเห็นภาครัฐเร่งวางโรดแมพคลื่นความถี่ที่จะนำมาประมูลในอนาคตอันใกล้ให้ชัดเจน การประมูลใบอนุญาตคลื่น 1800 Mhz และคลื่น 900 Mhz ในช่วงปลายปีนี้ นับเป็นก้าวแรกที่สำคัญของประเทศไทยที่จะเร่งบริหารจัดสรรคลื่นความถี่อันเป็นทรัพยากรที่ล้ำค่าของชาติมาใช้เป็นกลไลขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจดิจิทัลที่สำคัญที่สุด ซึ่งดีแทคมองไปข้างหน้าว่า การนำคลื่นความถี่ที่ยังไม่ได้ใช้ เช่น 1800,850 และ 2,600MHz มาร่วมประมูลในอนาคตจะสร้างความเชื่อมั่นต่อคุณภาพและพื้นที่ให้บริการ 4G ในครอบคลุมทั่วประเทศผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) หรือ BDMS ณ เวลา 10.51 น. ราคาอยู่ที่ 19.40 บาท บวก 0.20 บาท หรือ 1.04% สูงสุดที่ 19.60 บาท ต่ำสุดที่ 19.20 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 168.63 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยโดยรวมลบ 0.20% หุ้นยุโรปปิดวันศุกร์ร่วงต่อ ตลาดวิตกหนี้กรีซ-เศรษฐกิจสหรัฐ การฟอร์มตัวของราคาล่าสุดยังดีต่อเนื่อง จากการทำจังหวะยก High ยก Low ได้ตลอดในช่วงตั้งแต่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมาพร้อมกับทำให้ MACD ปัจจุบันสามารถ Breakout แนวต้านเดิม (ตามเส้นสีแดง) ขึ้นมาเรียบร้อยสะท้อนได้ถึงความร้อนแรงการปรับขึ้นของราคารอบนี้ได้อย่างดีKBANK มูลค่าการซื้อขาย 512.92 ล้านบาท ปิดที่ 196.50 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง BA บินเดี่ยวทะยานต่อเนื่อง แบบไม่สนใจสภาพตลาดโดยรวมว่าจะแย่แค่ไหน โดยในวานนี้ BA ยังคงปรับเพิ่มขึ้นมาได้ 1.87% สวนทาง SET ที่ติดลบ -0.48%โดยอ้างว่าคณะกรรมการบริหารบริษัท และ,ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีคำสั่งห้ามไม่ให้นายฉัตรชัย ภูโคกหวาย ตัวแทนผู้รับมอบฉันทะของนายสนธิญาณเข้าร่วมประชุม โดยไม่มีการชี้แจงเหตุผลใดๆ เพิ่มเติมด้านนายหลักชัย กิตติพล ประธานกรรมการเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทรเบคก้า เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด เปิดเผยว่า ไทยเบคก้า มีแผนที่จะผลักดันนิคมฯหลักชัยเมืองยางให้เป็นฮับผลิตภัณฑ์ยางระดับอาเซียน เพื่อสนับสนุนนโยบายส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาลในการพัฒนาประเทศ ซึ่งขณะนี้มีนักลงทุนจากหลายประเทศให้ความสนใจที่จะเข้ามาตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนและอะไหล่รถยนต์ที่มียางเป็นองค์ประกอบในนิคมฯTPCH แนะนำซื้อเก็งกำไรในกรอบแนวรับแนวต้าน แนวรับ 19.20 แนวต้าน 20 , 21 ตัดขาดทุน 18.80 ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 14-16.50 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนาเก็งกาไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 13.90 บาทหุ้นที่ได้ประโยชน์/เสียประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลงโดยดัชนี Stoxx Europe 600 ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสเปิดวันนี้ที่ 5,137.02 จุด ลดลง 0.81 จุด, -0.02% และดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันเปิดวันนี้ที่ 11,685.66 จุด เพิ่มขึ้น 8.09 จุด, +0.07%โดยมิได้ปฏิบัติให้เป็นตามหลักเกณฑ์และบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการครอบงำกิจการ ซึ่งได้แก่ พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 (รวมที่แก้ไขเพิ่มเติม) และประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ.12/2554 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการจากกรณีดังกล่าวที่เกิดกับการทำหนังสือชี้แจงกรณีไม่อนุญาตให้ผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมดังกล่าว นายสนธิญาณเห็นว่าเป็นการเสนอข้อมูลผ่านระบบคอมพิวเตอร์ อันเป็นเท็จ ถือเป็นการกระทำที่ทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง เพราะเป็นการกระทำฐานใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม ซึ่งน่าจะทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง ด้วยโฆษณา เนื่องจากส่วนตัวไม่เคยมีการกระทำการเพื่อเข้าครอบงำกิจการของบริษัท โดยที่มิได้ปฏิบัติให้เป็นตามหลักเกณฑ์และบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการครอบงำกิจการ,ทั้งนี้ผู้รับมอบฉันทะของตนแจ้งว่า ลูกจ้างเจ้าหน้าที่ของกลุ่มผู้บริหารบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ NMG ได้เชื้อเชิญให้ผู้ถือหุ้นที่แสดงตนหรือแสดงสัญลักษณ์ว่าเป็นคนของ ชมรมคนรักเนชั่น ให้เข้าร่วมประชุมได้ แต่ผู้ถือหุ้นบางรายที่ไม่ได้แสดงตนหรือแสดงสัญลักษณ์เป็น ชมรมคนรักเนชั่น จะมีลูกจ้างเจ้าหน้าที่มาสอบถาม และขอให้มอบอำนาจ (proxy) ให้คนของบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับมอบฉันทะในการออกเสียงและลงคะแนนแทน เมื่อผู้ถือหุ้นรายย่อยอื่นๆและผู้รับมอบฉันทะของตน ไม่ยินยอมมอบฉันทะให้ลูกจ้างเจ้าหน้าที่ของบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ก็จะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่รับลงทะเบียนกลุ่มพวกของตนให้รับรู้ และปฏิเสธการรับลงทะเบียน เพื่อมิให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยอื่นๆ และผู้รับมอบฉันทะของตนเข้าร่วมประชุม การกระทำของกลุ่มผู้บริหารบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และกลุ่มลูกจ้างเจ้าหน้าที่ดังกล่าว จึงเป็นการกระทำที่เข้าข่ายเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนกฎหมาย ทำให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยอื่นๆ และตนรับความเสียหายแนวรับ 3.78 บาท แนวต้าน 4.00 บาท。

China’s strategy of mass mobilization can be astonishingly effective – but only for a short period of time.

The Logic and Limitation of China’s Zero-COVID Policy

Residents get tested for the coronavirus in a district in Guangzhou in southern China’s Guangdong province on Sunday, May 30, 2021.

Credit: AP Photo

After the initial outbreak of the COVID-19 pandemic in Wuhan, China implemented a successful national lockdown to contain the spread of the virus in China. China’s government attributed the effective virus containment, represented by the long stretches of zero new COVID-19 cases, to the “phenomenal leadership of the Communist Party” and its “institutional superiority” over Western liberal democratic systems.

The core logic of China’s COVID-19 containment policy is “zero-tolerance”: The Chinese government has shut down its borders to minimize foreign-imported COVID-19 cases and locks down any locality with COVID-19 cases to prevent mass spread. This zero-tolerance policy requires massive efforts from the entire society. For example, thousands of medical workers worked 24-hour shifts to complete COVID-19 tests for every one of the 11-million residents in Wuhan within 72 hours. Numerous medical workers, social workers, and party cadres implement lockdowns through street patrols, regular home visits, and distributing food and other daily necessities to the people. Regular people also endured great sacrifices by supporting the zero-tolerance policy despite losing personal freedom and income.

The key to implement this zero-tolerance policy is the Chinese Communist Party (CCP)’s mass mobilization capability. Mass mobilization is embedded in CCP’s Leninist identity and its own history. Leninism refers to a system that extends hierarchically from top to bottom. The CCP, with over 95 million party members and 4.8 million party units, is the only organization in China that penetrates the grassroots level of the society. Furthermore, many more people work for state-owned enterprises, schools, hospitals, and other CCP-controlled public institutions and social organizations, which also become a source of mobilization.

The CCP has viewed mobilization as a “secret weapon” throughout its history. Mao Zedong developed the Mass Line during the Yan’an Era, and it became a key to the CCP’s victory in 1949. After 1949, the CCP continued to rely heavily on mass mobilization to achieve its goal, whether the goal was social transformation between 1949 and 1956, steel and food production between 1958 and 1961, or combating natural disasters in 1998 and 2008.

After China contained the national COVID-19 outbreak in spring 2020, there were several smaller outbreaks. The Chinese government continued the zero-tolerance policy, which is still in place today. However, it has met with increased resistance from the people who supported the mobilization during the initial national outbreak.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

During the 2021 summer outbreak, hundreds of residents in a Yangzhou neighborhood protested the three-week-long neighborhood lockdown. The failure of the government-run supply delivery system sparked the unrest. Many residents complained that they could not receive food, hygiene products, and other daily necessities from the government. When foods were finally available, the residents found that the vegetables were not only above market price but also rotten. Anger over insufficient delivery and the frustration toward the lockdown fueled discontent among people. Some expressed their content through humor, stating that “there are only two cities under lockdown in the world right now: Kabul and Yangzhou.” As people failed to find ways to voice their discontent using peaceful means, they decided to organize a protest. During the unrest, residents shouted “end the lockdown” at the neighborhood entrance; several radicals even tried to break the entrance checkpoint using force.

Why did the zero-tolerance policy start to backfire? What makes a mobilization effort fail?

The key to a successful mobilization effort is to shape a common goal for all mobilization participants. It has been a critical point of emphasis for the CCP from the Mao era to today. The Maoist mobilization centers around using ideological indoctrination to encourage mass participation. From the Great Leap Forward to the Cultural Revolution, the party propaganda machine convinced people that the mobilization served their interests. The Xi regime appealed to a similar narrative, focused on the message that combating the pandemic serves the interest of everyone. China considered COVID-19 a national emergency and a great enemy.

The government successfully rallied the people with a siege mentality. People understood the seriousness of a pandemic, especially those who have a vivid memory of the 2003 SARS outbreak. Thus, they supported the government policy to contain the pandemic at all costs and believed that the “zero-tolerance” policy serves the interests of the people. Furthermore, the contrast between skyrocketing death tolls in Europe and the United States and the declining case numbers in China further convinced people that a strictly enforced lockdown was the only way to contain the pandemic. Therefore, the people were willing to give up their freedom and income for the greater cause. Many even believed that they contributed to the “people’s war against the pandemic” by staying home. This sense of participation and pride helped the people to conform to the zero-tolerance policy.

However, as the pandemic lingered, the government has found forging a common goal between the officials and the people and winning popular support for the zero-tolerance policy increasingly difficult. People started to place other interests, such as living a normal life, ahead of the common goal and feel that the lockdown hinders their pursuit of other interests.

After the initial national outbreak, the outbreaks in China have been localized and small. Only a few cities saw rising cases, and even within these cities, the number of cases is extremely low. Because people see these smaller outbreaks as a lesser threat, they started to question the necessity for extreme measures such as draconian lockdowns and mass testing at the cost of freedom and income.

Furthermore, people started to question the effectiveness of the zero-tolerance policy after a COVID-19 outbreak started at a COVID-19 mass testing site in Yangzhou. As a Yangzhou resident asked, aren’t mass testing events, a signature component of the zero-tolerance policy, a COVID-19 incubator? As a result, Dr. Zhang Wenhong, China’s most vocal medical expert during the pandemic, openly advocated “coexistence with the virus” and received both support and criticism from Chinese netizens. The public debate on the zero-tolerance policy makes forging unequivocal support of the policy, a key to sustaining mass mobilization, extremely difficult.

Furthermore, suspicions of corruption and rent-seeking further deteriorate the effort of forging a common goal. In the Yangzhou example, there were fresh, cheap vegetables in the nearby market, but people were forced to buy expensive and rotten vegetables from the official deliveries. While complaining about the expensive, rotten foods, some people questioned whether local officials were using the deliveries to line their own pockets. Furthermore, the government lifted the lockdown at Zijin Wenchang neighborhood, a neighborhood for government officials, earlier than other neighborhoods. A widespread rumor among Yangzhou residents held that the government lifted the lockdown to allow the children of officials to leave for study abroad on time. Regardless of the validity these rumors, the narrative of officials enriching themselves and abusing power to advantage their family members at the expense of Yangzhou residents made building a common goal impossible.

As Joseph Fewsmith has said, the United States does not have China’s mobilization capacity in crisis management. The strictly enforced zero-tolerance policy demonstrates the institutional strength of the CCP as a Leninist party. However, the recent developments illustrate that such a mobilization is not sustainable indefinitely. A successful mobilization requires the careful construction of a common goal among all participants. Everyone in society must endure sacrifices and work toward that same goal. However, a protracted mobilization faces the danger of losing this goal as different actors start to place their own interests ahead of the common objective. The perception of government rent-seeking during the crisis further deteriorated popular support. As a result, the mass mobilization started to crumble, and its effectiveness diminished.

The CCP might view mass mobilization as its secret weapon. However, mobilization is never a panacea.