Oceania | Diplomacy | Oceania

slotxo2341️⃣M98: How 9/11 Changed New Zealand’s Foreign Policy

pg slot ฝาก 1️⃣2021,pg slot ฝาก 1️⃣2021,แนวต้าน : 836 และ 840 บาทอย่างไรก็ตาม หากราคาประมูลคลื่นความถี่ 900MHz ยังไม่เกิน 2 เท่าของราคาคลื่นความถี่ 1800MHz ก็ยังไม่น่ากังวล เพราะยังเป็นสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นกับการประมูลความถี่ในย่านเดียวกันในต่างประเทศที่เคยมีการทำสถิติสูงสุด 6.8 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้คาดว่ามีโอกาสที่ราคาประมูลในครั้งนี้จะแตะสถิติโลกหากยืดเยื้อต่อเนื่องไปถึงวันที่ 18 ธ.ค.นี้ หรือวันที่ 4 ของการประมูลมอง SET บ่ายนี้ การปรับขึ้นยังจำกัด ขณะรอผลการประชุมเฟดในคืนนี้ และราคาใบอนุญาต 4G ที่สูงขึ้นยังน่ากดดันตลาดอยู่ มองกรอบบ่ายนี้ 1,295-1,315 จุด นางสมหะทัย พานิชชีวะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน) หรือ AMATAV ในกลุ่มบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA เปิดเผยว่า บริษัทพอใจกับราคาหุ้นที่เข้าซื้อขายวันนี้วันแรกที่เปิดตลาดในราคาหุ้นละ 9.05 บาท จากราคาเสนอขาย IPO ที่ 7.50 บาท และมั่นใจราคาหุ้นจะมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในการซื้อขายวันนี้ โดยสะท้อนนักลงทุนเข้าใจพื้นฐานของบริษัท และประเทศเวียดนามที่มีศักยภาพในการเติบโตที่ดี และยังมีโอกาสในการทำธุรกิจสูงมากกลยุทธ์ระยะสั้นรอผลการประชุมเฟดก่อน ขณะระยะยาวน่าทยอยซื้อช่วงอ่อนตัว1. อนุมัติปรับเพิ่มวงเงินกู้ของบริษัท โมบาย โลจิสติกส์ จำกัด จาก 225,000,000 บาท เป็น 280,000,000 บาท ประกอบด้วยเงินกู้ระยะยาว ในวงเงิน 225,000,000 บาท และเงินกู้ระยะสั้นและอื่นๆ ในวงเงินไม่เกิน 55,000,000 บาทก่อนหน้านี้ SCC คาดว่าจะสรุปแผนลงทุนและแผนการเงินของโครงการปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ ในเวียดนามได้ทั้งหมดในช่วงไตรมาส 1/59 โดยเบื้องต้นคาดว่ามูลค่าโครงการอาจจะมากกว่าเดิมที่ 4.5 พันล้านเหรียญสหรัฐเล็กน้อย อีกทั้งบริษัท มียอดขายที่ดีอย่างต่อเนื่องจากการจำหน่ายสินค้าผ่านสาขาของบริษัทฯ กว่า 300 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งมีสินค้าครอบคลุมทุกประเภททั้งไอที และอุปกรณ์สื่อสาร รวมถึงกลยุทธ์จำหน่ายสินค้าที่มีมาร์จิ้นที่ดี ควบคู่กับการพยายามควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายให้ลดลงอย่างต่อเนื่อง ปรับปรุงระบบ Supply chain management โดยใช้คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยทั้งนี้ ประเมินสถานการณ์การประมูลยังคงมีการเคาะราคาสู้กันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้เข้าประมูลยังอยู่ครบทั้ง 4 ราย และคาดว่าผู้ประมูลยังไม่ได้มีการใช้สิทธิ Waiver จะเห็นได้จากการแข่งราคากันในแต่ละรอบมีการสู้ราคาทุกรอบ สะท้อนให้เห็นว่ามีผู้ที่ต้องการคลื่นความถี่ดังกล่าวอย่างแท้จริง และไม่อยากให้เสียโอกาสทางธุรกิจจึงได้นำเงินมาทุ่มประมูลในครั้งนี้ และเพื่อจะได้ไม่เสียเปรียบในการแข่งขันสำหรับในปีหน้าบริษัทจะมีรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) โครงการโซลาร์ฟาร์มรางเงินจำนวน 58 เมกะวัตต์เข้ามาเต็มปี และโรงไฟฟ้าพลังงานลม 2 เฟส เฟสแรก 10 เมกะวัตต์ COD วันที่ 28 ก.พ.59 ส่วนเฟส 2 จำนวน 50 เมกะวัตต์จะ COD ในเดือน ก.ค.59 โดยปีหน้ารายได้จากโครงการลมจะเข้ามาราว 550 ล้านบาท แต่จะรับรู้เต็มปีในปี 60 ซึ่งจะสร้างรายได้ปีละ 800-900 ล้านบาท,และ 4) บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด บริษัทในเครือ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUEขณะที่เมื่อช่วงเช้านพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.)เปิดเผยว่า การประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz ที่ผ่านมากว่า 18 ชั่วโมงมาถึงเวลา 06.00 น.วันนี้มีการต่อสู้อย่างเข้มข้นตลอดเวลา จะเห็นว่าไม่มีผู้เข้าประมูลรายใดประวิงเวลา จึงเชื่อว่าการประมูลต่อจากนี้น่าจะใช้เวลาอีกไม่นานแล้ว โดยขณะนี้มีผู้เข้าร่วมประมูลบางรายใช้สิทธิไม่เสนอราคา(Waiver)2 ครั้ง ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะออกจากการประมูลในอีกไม่ช้า ก็จะทำให้ผู้ประมูลเหลือเพียง 3 รายแนวรับ : 3.60 / 3.30 บาท (1) P/E Ratio จะไม่นำกำไรจากเงินลงทุนในหลักทรัพย์มาหักออกจากกำไรสุทธิด้านพ.อ.เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ ประธาน กทค.กล่าวว่า การแข่งขันยังยังเป็นไปอย่างดุเดือดมีการเคาะราคาต่อเนื่อง ไม่มีผู้เข้าร่วมประมูลถอดใจออกจากการประมูล และมองว่าเป็นการสู้ราคาเพื่อกันไม่ให้รายใหม่เข้ามาสู่ตลาด โดยยอมเสี่ยงที่จะมีกำไรน้อยลง,นายดามพ์ สุคนธทรัพย์ กรรมการ บริษัท แคปปิตอล เอ็นจิเนียริ่ง เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ CEN เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าผลประกอบการในปี 59 จะพลิกมีกำไรสุทธิ โดยตั้งเป้ารายได้จะเติบโตใกล้เคียง 10% จากปีนี้ที่คาดว่าการดำเนินงานจะยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ หลัง 9 เดือนแรกขาดทุนราว 101.18 ล้านบาทสำหรับหุ้นที่ลงแรงประจำวันนี้ (16 ธ.ค.) ได้แก่SPALIเข้าซื้อ เพื่อรอขายที่เป้าหมาย 19.50 บาท ข้อมูล ณ สิ้นวัน นักลงทุนขายสุทธิหนาแน่นใน TPIP28C1603A 16.1 ล้านหน่วย ITD28C1602A 5.0 ล้านหน่วย และ JAS28C1604A 4.1 ล้านหน่วย เป็นต้น ขณะที่นักลงทุนซื้อสุทธิเล็กน้อยอาทิ S5028P1601B KTB28C1603A และ ADVA28C1602A เป็นต้นนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.กล่าวว่า ท่าทีของการประมูลยังคงมีการสู้ราคากันทั้ง 4 รายไม่มีรายใดถอย โดยคาดว่าหากการประมูลดำเนินไปถึงระยะเวลา 17.00 น. ราคาจะขยับมาที่ 40,000 ล้านบาท/ใบ และหากดำเนินการต่อเนื่องไปจนถึงเวลา 21.00 น. ราคาจะเพิ่มขึ้นประมาณ 43,000 ล้านบาท ทำให้มีราคารวมราว 86,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพราะยังไม่มีความแน่นอนว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่โดยบริษัทพร้อมเดินหน้าลงทุนพัฒนาโครงการเพื่อให้ทันต่อกำหนดการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เข้าระบบ (SCOD) ภายในเดือนกันยายน 2559 ตามที่ภาครัฐกำหนด。

1. บริษัท แจส โมบาย บรอดแบรนด์ จำกัด บริษัทในเครือบริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS บาทอ่อนค่าตามภูมิภาคขานรับข่าวเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย แต่จะเปลี่ยนแปลงมากน้อยแค่ไหนต้องรอดูแถลงการณ์คืนนี้ว่าจะส่งสัญญาณไปในทิศทางใด โดยเงินบาทยังมีแนวโน้มอ่อนค่า เพราะมีปัจจัยหนุนดอลลาร์มากกว่า นักบริหารเงินกล่าว ขณะที่คาดว่าพรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 35.90-36.20 บาท/ดอลลาร์、ทั้งนี้ การเข้ามาลงทุนของยูเมย่า ในประเทศไทย อยู่ในแผนงานที่ต้องการขยายธุรกิจด้านพลังงานมายังภูมิภาคอาเซียน โดยเล็งไทยเป็นศูนย์กลางธุรกิจเพื่อขยายไปสู่ประเทศสมาชิกต่อไปสำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิด (16 ธ.ค.) ที่ 17,749.09 จุด พุ่งขึ้น 224.18 จุด หรือ +1.28%, ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 5,071.13 จุด เพิ่มขึ้น 75.77 จุด หรือ +1.52% และดัชนี S P500 ปิดที่ 2,073.07 จุด เพิ่มขึ้น 29.66 จุด หรือ +1.45%,นายพระนาย กังวาลรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PSTC เปิดเผยว่า บริษัทได้ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกคุณสมบัติผู้เข้าร่วมขอใบอนุญาตจากโครงการรับซื้อไฟฟ้าโซล่าร์ฟาร์มส่วนราชการและสหกรณ์แล้ว 3 โครงการ รวมทั้งสิ้น 15 MW และอยู่ระหว่างรอการพิจารณาเพิ่มเติมอีก 6 โครงการ รวมกำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ ศึกชิงคลื่น 900 MHz รอบ 109 เคาะใบแรก 47,962 ลบ.ใบ 2 ที่ 49,572 ลบ.ด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า จากผลการประมูลในขณะนี้ ราคาประมูลเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงอยากให้ประชาชนมีความมั่นใจว่า กสทช.จะมีการกำกับดูแลในเรื่องของค่าบริการ ซึ่งจะต้องมีค่าบริการถูกกว่าค่าบริการของ 3G อย่างแน่นอน,pg slot ฝาก 1️⃣2021,ทั้งนี้เพื่อการเตรียมการเกี่ยวกับการจัดสรรหุ้นของบริษัทใหม่ให้แก่ผู้ถือหุ้นของ BECL และของ BMCLรวมถึงการดำเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเพื่อให้สามารถดำเนินการต่าง ๆเกี่ยวกับการนำหลักทรัพย์ของบริษัทใหม่เข้าเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯส่วนปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ดังกล่าวเพิ่มขึ้น 12,000 บาร์เรล/วัน สู่ระดับ 9.176 ล้านบาร์เรล/วัน การเปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันสหรัฐของ EIA สอดคล้องกับการรายงานของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน (API) ที่ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐพุ่งขึ้นเกินคาด 2.3 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้วขณะที่มีผู้เข้าร่วมประมูลบางรายขอให้มีการเคาะราคาติดเทอร์โบ หรือเคาะราคาในแต่ละรอบสูงขึ้นได้เป็น 10 เท่าของช่วงราคาที่กำหนดให้เคาะขึ้นไปในแต่ละครั้งจำนวน 322 ล้านบาท แต่กสทช.ยังไม่ได้มีการพิจารณาอนุญาตส่วนราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำก็จะส่งผลต่อผู้ประกอบการในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (E P) ที่จะต้องชะลอการลงทุนในหลุมสำรวจและผลิตเพราะไม่สามารถทำกำไรได้ แต่ก็เป็นโอกาสในการมองหาการลงทุนในธุรกิจดังกล่าวด้วยเช่นกัน ซึ่งบริษัทก็อยู่ระหว่างการพิจารณามองหาโอกาสการลงทุนด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% อยู่ในช่วง 0.25-0.50% ในการประชุมเมื่อวานนี้ โดยเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2549โดยปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลงคาดว่ามาจากการที่ราคาประมูล 900MHz สูงกว่าตลาดคาดมาก ล่าสุดศึกชิงคลื่น 900 MHz วันที่ 3 รอบ 112 เคาะใบแรก 48,928 ลบ.ใบสอง 50,538 ลบ.โดยปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลงคาดว่ามาจากการที่ราคาประมูล 900MHz สูงกว่าตลาดคาดมาก ล่าสุดศึกชิงคลื่น 900 MHz วันที่ 3 รอบ 112 เคาะใบแรก 48,928 ลบ.ใบสอง 50,538 ลบ. ผู้ใช้รถเฮ! BCP ลดราคาน้ำมันทุกชนิดมีผลพรุ่งนี้แนวต้าน : 1,308 และ 1,315 จุดหุ้นกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีชีวภาพปรับตัวขึ้น โดยหุ้นอิลลูมินา อิงค์ และหุ้นเอ็นโด อินเตอร์เนชันแนล ปรับตัวขึ้นกว่า 6% ขณะที่หุ้นเซลจีน คอร์ป และหุ้นไบโอเจน อิงค์ พุ่งขึ้น 2.3% และหุ้นจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ปรับขึ้น 1.9% ส่วนหุ้นกลุ่มสื่อปรับตัวขึ้นเช่นกัน นำโดยหุ้นนิวส์ คอร์ป และหุ้นซีบีเอส คอร์ป ที่ต่างก็พุ่งขึ้นอย่างน้อย 1%,ระดับราคากำลังทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 52.50 บาทที่พร้อมจะ Break ขึ้นไปเป็นสัญญาณซื้ออีกระลอกโดยจะมีแนวต้านเป้าหมายแรกที่บริเวณ 58.00 บาทเป็นอย่างน้อยระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 20-22.50 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 19.90 บาทส่วนปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ดังกล่าวเพิ่มขึ้น 12,000 บาร์เรล/วัน สู่ระดับ 9.176 ล้านบาร์เรล/วัน การเปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันสหรัฐของ EIA สอดคล้องกับการรายงานของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน (API) ที่ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐพุ่งขึ้นเกินคาด 2.3 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้。 ขณะที่นักลงทุนรอดูผลการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ในวันที่ 15-16 ธ.ค.นี้ ซึ่งคาดการณ์ว่า FOMC จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายและ 4) บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด บริษัทในเครือ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE。

The impact of the tragedy changed the course of U.S. foreign policy. It changed the trajectory of New Zealand’s foreign policy, too.

How 9/11 Changed New Zealand’s Foreign Policy

The flags of Afghanistan and New Zealand fly over Forward Operating Base Bamyan, June 22, 2012.

Credit: Sgt. Ken Scar, 7th Mobile Public Affairs Department

The 20th anniversary of the September 11 attacks on the United States in 2001 is also an opportunity to recall the impact the tragedy – and the response to it – had on New Zealand’s wider foreign policy.

New Zealand immediately supported the U.S. invasion of Afghanistan in pursuit of Osama bin Laden and al-Qaida, with an initial deployment of?Special Air Service (SAS)?combat soldiers. A Provincial Reconstruction Team (PRT) in Bamyan province followed in 2003.

New Zealand clearly and unequivocally responded to George W. Bush’s ultimatum, made in a?speech?to a joint session of Congress on September 20, 2001: ?“Either you are with us or you are with the terrorists.”

Afghanistan was one of New Zealand’s longest-ever military deployments – ending only this year, in tandem with the United States’ own withdrawal from the country. Amid the recent U.S. withdrawal, and the Taliban’s renewed takeover of the country, tough questions are now being?asked?about the futility of the war in Afghanistan.

The level of New Zealand’s commitment was by no means inevitable. Prior to 9/11, New Zealand relations with the United States had been shaky. History loomed over the relationship.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Under Prime Minister David Lange, New Zealand’s fourth Labor government had refused entry to the?USS Buchanan?warship in 1985. The United States had dispatched the ship to New Zealand as a test of the new Labor government’s nuclear-free policy.

U.S. President Ronald Reagan’s Republican administration refused to confirm or deny the ship’s nuclear capability. New Zealand’s subsequent decision to refuse the ship permission to enter unleashed the United States’ fury.

As punishment, New Zealand was effectively kicked out of the ANZUS defense alliance – of which it had been a member since 1951 – and was stripped of its status as a U.S. ally. George Shultz, Reagan’s secretary of state, made clear his?view?of the new U.S. position toward New Zealand: “The time has come to part. We part as friends – but we part.”

There had been some improvement to the NZ-U.S. relationship in the 1990s, helped by the fact that U.S. President Bill Clinton (a Democrat) and New Zealand Prime Ministers Jim Bolger and Jenny Shipley (both from the National Party) did not share the baggage of the 1980s. Bolger?visited?the White House in 1995, while Bill Clinton made a?state visit?to New Zealand in 1999 as part of the APEC summit held that year.

But fast forward to 2001, and the baggage was back.

Party affiliations meant that both Helen Clark’s Labor-led coalition government and George W. Bush’s Republican administration had links with the 1980s. It was also personal: Clark had been a?Labor MP?at the time of the nuclear row and a firm supporter of the nuclear-free policy, while Bush’s father had served as vice president to Ronald Reagan during the 1980s.

Strategic decisions made during Clinton’s last and Clark’s first year in office, in 2000, also did not bode well from the U.S. point of view. Clark vetoed a decision made by Shipley near the end of her time in government to?buy F-16 fighter jets?from the United States. The F-16 decision formed part of a wider strategic realignment for New Zealand’s military, under which the Labor-Alliance coalition government also decided to abolish the air force’s?combat wing.

The underlying rationale was that New Zealand should instead focus its efforts on supporting the increasing number of peacekeeping missions it had been undertaking since the end of the Cold War. Greater military cooperation with the United States was not on the agenda.

In fact, in May 2001, Clark said New Zealand found itself in an “incredibly benign strategic environment” – a?phrase?that was often repeated back at her by her political opponents after 9/11.

In any event, New Zealand’s solidarity with the United States and its Afghanistan commitment – the centerpiece of what Bush called the “war on terror” – brought an unexpected thaw in relations.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Clark was invited to the White House in?March 2002, and there was even?talk?of a free trade deal, which had previously seemed like an impossibility due to New Zealand’s nuclear policy. While stopping short of calling New Zealand an ally, U.S. Secretary of State Colin Powell?said?New Zealand and the United States were “very, very, very close friends.”

But things changed again with the Iraq War. Clark staunchly opposed the war – citing its lack of U.N. mandate – and any prospect of a free trade deal was abruptly taken off the table. Instead, the United States rewarded supporters of the Iraq War with free trade agreements – with Australia and?Singapore?at the top of the list. At the time, the differences over Iraq made it seem that any improvement in New Zealand-U.S. relations had again stalled.

The nuclear ship issue was once again seen as the main roadblock to the full restoration of ties. The issue gained particular prominence in 2004 when Don Brash, then the National Party leader, was noted by officials as?saying?the ban would be “gone by lunchtime” under a future National-led government.

But there were advantages to the diametrically opposed positions over Iraq. With the U.S. position seemingly crystal clear, New Zealand’s wider foreign policy agenda was largely freed up for other matters.

The focus moved to negotiating free trade agreements with other countries – following a 2001 model agreement with Singapore and amid the World Trade Organization’s ill-fated?Doha round?of negotiations. New Zealand’s free-trade efforts first bore fruit in 2005 when an agreement was signed with?Thailand.

Even more interesting was an agreement signed later that year among a grouping of Pacific Rim countries called the?“P4”. The agreement with Brunei, Chile, and Singapore was the genesis for what ultimately became the 11-country Comprehensive and Progressive Trans-Pacific Partnership (CPTPP).

But New Zealand’s biggest prize came in 2008, when it became the first Western country to sign a free trade agreement with?China?– which rapidly became New Zealand’s biggest trading partner.

In hindsight, the fallout from the 9/11 attacks – and the invasions of Afghanistan and Iraq – did New Zealand foreign policymakers a favor. Afghanistan gave New Zealand an opening to show the United States what it had to offer, while Iraq clearly showed New Zealand the limits of that engagement. Without Iraq, Wellington might have continued to put even more effort into repairing its U.S. relationship – which could have prevented it from moving on to a more diversified trade focus.

But what is even more remarkable is that New Zealand ultimately ended up almost having its cake and eating it too.

Against the backdrop of New Zealand’s commitment in Afghanistan, but also with the simple passage of time, the nuclear ship issue that had once seemed so central essentially faded into the background. Significantly, then-U.S. Secretary of State Condoleezza Rice called New Zealand an?ally in 2008, and diplomatic cables from WikiLeaks revealed that United States quietly resumed full intelligence sharing with New Zealand in 2009. New Zealand’s defense ties with the U.S. have also largely been restored. Since 2014, New Zealand ships have again fully participated in U.S.-led? military exercises.

And in 2016, New Zealand even came within a whisker of securing a free trade deal with the United States – as part of the CPTPP – until Donald Trump withdrew from the arrangement shortly after taking office.

Despite this setback, it is probably only a matter of time until New Zealand concludes a free trade deal of some kind that involves the United States. After all, the U.S. is now taking a much greater interest in New Zealand and its neighborhood as part of its?Indo-Pacific?vision, which seeks to challenge China’s perceived dominance.

Ultimately, the September 11 attacks triggered a chain of unforeseen actions and decisions. The impact of the tragedy changed the course of U.S. foreign policy. It changed the trajectory of New Zealand’s foreign policy, too.

This article was originally published by the Democracy Project, which aims to enhance New Zealand democracy and public life by promoting critical thinking, analysis, debate, and engagement on politics and society.